็นึกดีใจ “ท่านเดาถูกจริง ๆ ตอนข้าเพิ่งกลับมาก็เห็นเขาทำท่าจะขโมยถั่วเหลืองหมักที่ข้าเอาออกมาตาก เขาน่าจะไม่รู้ว่ามันยังไม่เป็นซีอิ๊ว ยังคิดจะทุบโถหมักของข้าอีกต่างหาก”
“พี่สะใภ้ พี่สะใภ้ข้าขอโทษ! ข้าหน้ามืดไปชั่วขณะ ข้าไม่กล้าขโมยหนังของพี่ใหญ่เมิ่ง คิดว่าถั่วเหลืองของท่านคงขายได้เงินบ้าง ไม่อย่างนั้นท่านจะเอาออกมาตากแดดอยู่ทุกวันไปเพื่ออะไร ขอโทษด้วยพี่สะใภ้ ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง ครั้งนี้อย่าเอาเรื่องข้าเลยนะ!”
คนเสเพลแซ่โจวพูดแล้วก็เริ่มตบบ้องหูตัวเอง
หลี่เยว่หานเห็นอย่างนั้นก็รีบหยุดเขาเอาไว้
“ข้าได้ยินว่าเจ้าไปคลุกคลีกับพวกอันธพาลนี่นา ทำไมกลับมาแล้วเล่า?” หลี่เยว่หานถาม
“ข้า…” คนเสเพลแซ่โจวมองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยสีหน้าอ้อนวอน แต่ถูกอีกฝ่ายถลึงตาให้จึงหดคอกลับมา ก่อนพูดว่า “ข้าไปอยู่กับอันธพาลพวกนั้นจริง ๆ แต่อันธพาลก็ขัดแย้งกันเอง เอ่อ พรรคของพวกข้าถูกพรรคมัจฉามังกรควบกลืนแล้ว พวกเขารังเกียจว่าข้าไม่ได้เรื่องจึงขับข้าออกมา”
“หลายปีมานี้ข้าอยู่ข้างนอกนั่นทำเรื่องไม่ดีเอาไว้มากมาย ครอบครัวข้าไม่ยอมรับข้าแล้ว ถ้าไม่ได้พี่ใหญ่เมิ่งช่วยพูดให้ ข้าคงไม่มีแม้แต่กระท่อมที่ใช้ซุกหัวนอนอยู่ในตอนนี้” คนเสเพลแซ่โจวพูดอยู่ สีหน้าก็เผยแววหดหู่ออกมาหลายส่วน
“เจ้ายังจำได้ด้วยว่าข้าช่วยพูดให้เจ้า แล้วเหตุใดตอนนี้ถึงมาขโมยของถึงเรือนข้าแล้ว!” เมิ่งฉีฮ่วนโมโหจนถีบไหล่เขาไปหนึ่งที “เจ้าคนเนรคุณที่ตอบแ