อะไรให้ช่วยไหม?” หลี่เยว่หานทำหน้ามุ่ยแต่ก็ยังถาม
“ไม่ เจ้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เข้านอนเร็ว ๆ เถอะ” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางชี้ไปที่หลี่เยว่หานด้วยมีดที่ใช้ถลกหนังของเขา เผยให้เห็นประกายคมสะท้อนแสงวาบ เมื่อเห็นเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็หดคอ และหมุนตัวจากไป
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อหลี่เยว่หานตื่นขึ้น เมิ่งฉีฮ่วนยังคงอยู่ที่บ้าน
เขาลอกหนังของเหยื่อเมื่อวานออก ซึ่งหลี่เยว่หานเพิ่งเห็นได้อย่างชัดเจนเอาตอนนี้เอง ว่านอกจากกระต่ายแล้ว เมื่อวานยังมีหมาป่าสองตัวอยู่ในกระสอบนั่นด้วย!
“ไม่สิ กระสอบของเจ้าเมื่อวานใหญ่แค่นั้น ทำไมมันถึงใส่หมาป่าสองตัวที่ใหญ่ขนาดนี้ได้กัน?” หลี่เยว่หานรู้สึกงงงวย
“เจ้าไม่เข้าใจ พวกเรานายพรานไม่ได้ย้ายทุกอย่างกลับทันที เหยื่อบางตัววางไว้บนถนนครึ่งทางขึ้นภูเขา โดยพวกมันถูกขุดหลุมเพื่อซ่อนไว้ มีแค่ตอนตกดึกจนไม่มีคน พวกเราจึงจะย้ายพวกมันกลับมา นี่เรียกว่าไม่เปิดเผยความมั่งคั่ง” ในขณะที่อธิบาย เมิ่งฉีฮ่วนก็ดึงถังน้ำจากบ่อน้ำในสวนมาล้างกองเนื้อ และใส่ในตะกร้าที่สะอาด
“ทั้งหมดนี้สำหรับให้เจ้าไว้ทำเนื้อตุ๋น น่าจะพอสำหรับสามหรือห้าโถ ถ้าไม่พอบอกข้า ข้าจะไปที่ภูเขาแล้วเอากลับมาอีก”
เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งฉีฮ่วน หลี่เยว่หานก็เม้มปาก “ทำไมเราไม่เลี้ยงหมูสักสองสามตัว เนื้อตุ๋นที่ทำจากหมูก็มีรสชาติไม่ได้แย่ไปกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นเลย”
“นั่นเป็นไปไม่ได้ เหตุผลที่เวินเทียนเหล่ยคิดราคาสามสิบ