ยมเกินไป ข้าไม่เคยกินเนื้อตุ๋นพะโล้ที่อร่อยปานนี้มาก่อนจึงเสียกิริยาไปชั่วขณะ…” เวินเทียนเหล่ยอธิบาย “ถ้าสามารถทำอาหารเลิศรสเช่นนี้คราวละมาก ๆ ข้ารับรองว่าสามารถช่วยให้ท่านหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำในชั่วระยะเวลาไม่นานเลยเชียว!”
ได้ยินวาจานั้น ขณะเมิ่งฉีฮ่วนทำท่าว่าจะไล่คนกลับไป หลี่เยว่หานก็ชิงพูดขึ้นมา “เนื้อตุ๋นพวกนี้หลังจากทำเสร็จแล้วต้องใส่โถดินเผาเอาไว้แล้วปิดปากให้สนิท เก็บรักษาไว้ในบริเวณที่อากาศเย็น ถ้าเปิดออกมาแล้วก็ต้องรับประทานให้หมด ไม่อาจทิ้งไว้นาน ไม่รู้ว่าคุณชายเวินจะช่วยพวกข้าหาเงินได้อย่างไรหรือ?”
“เรื่องนี้ง่ายยิ่ง เพียงเมิ่งฮูหยินตอบรับมาคำเดียว ข้าก็จะซื้อกับท่านราคานี้!” เวินเทียนเหล่ยพูดพลางยกนิ้วขึ้นมาห้านิ้วแล้วคว่ำลง
“โถละสิบตำลึง?” หลี่เยว่หานไม่ค่อยพอใจราคานี้ แม้ราคาสิบตำลึงจะสูงลิ่วแล้วสำหรับชาวบ้านทั่วไป แต่หลี่เยว่หานไม่ได้จะทำการค้ากับชาวบ้านทั่วไปนี่นา
เธอรู้ว่าอาหารการกินในสมัยนี้มักมีรสชาติเดียว เนื่องจากเกลือที่ขายทั่วไปในท้องตลาดคือเกลือหยาบเป็นหลัก เกลือหยาบยังมีรสขม เนื้อตุ๋นทั่วไปทำออกมาแล้วก็มีรสเค็มอย่างเดียว กระทั่งมีรสขมปนมาด้วยเล็กน้อย
แต่เกลือที่เธอใช้ได้ผ่านการทำให้บริสุทธิ์มาแล้ว ประกอบกับใช้เครื่องเทศอีกหลายชนิดในการทำน้ำแกง ใช้กระดูกหมูเคี่ยวน้ำแกงอย่างน้อยหนึ่งคืน จนกระทั่งเนื้อมีความเปื่อยนุ่มแต่ไม่เละก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
เนื้อตุ๋