สนน่ารัก?
“หลี่…เมิ่งฮูหยิน ท่านทำอาหารอะไรหรือ? ข้าได้กลิ่นหอมตั้งแต่อยู่นอกเรือนของท่านแล้ว!” เวินเทียนเหล่ยถามขณะจ้องเนื้อตุ๋นตาไม่กะพริบ
“ให้เจ้ากินก็กินไปสิ! ถามอะไรเยอะแยะ!” เมิ่งฉีฮ่วนพูดเสียงโหด
“เมิ่งหลาง ผู้มาคือแขก ท่านอย่าทำกับเขาแบบนี้สิ” หลี่เยว่หานอมยิ้มเกลี้ยกล่อม
“เฮอะ!” เมิ่งฉีฮ่วนแค่นเสียงเย็น หยิบตะเกียบขึ้นมาพุ้ยข้าวเข้าปากแล้วเคี้ยวเสียงดัง ราวกับกำลังกินเนื้อของเวินเทียนเหล่ยอยู่กระนั้น
“นี่คือเนื้อตุ๋นที่ข้าลงมือทำด้วยตนเอง หากคุณชายเวินไม่รังเกียจอาหารรสชาติจืดชืดของพวกข้าก็เชิญรับประทานเถอะ” หลี่เยว่หานคีบอาหารให้มู่ชวนกับหลิงซีพลางอธิบาย
เวินเทียนเหล่ยพยักหน้าน้อย ๆ ประคองถ้วยข้าวขึ้นมาอย่างมีมารยาท จากนั้นก็คีบเนื้อตุ๋นเข้าปาก หลังจากเคี้ยวไปหลายที ดวงตาก็พลันลุกวาว “เนื้อตุ๋นของท่านอร่อยจริง ๆ! อร่อยมาก! ข้าไม่เคยกินอาหารเลิศรสเช่นนี้มาก่อนเลย! อร่อยมาก!”
เวินเทียนเหล่ยว่าแล้วก็ก้มหน้าก้มตากินราวกับลืมเมิ่งฉีฮ่วนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไปแล้ว
“เอิ๊ก” ผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดเวินเทียนเหล่ยก็วางตะเกียบลง ลูบหน้าท้องด้วยสีหน้าอิ่มเอมใจ
“กินเสร็จแล้ว?” น้ำเสียงเย็นเยือกของเมิ่งฉีฮ่วนดังขึ้น เวินเทียนเหล่ยรู้สึกตัวจากห้วงของเคลิบเคลิ้มที่ได้ลิ้มรสอาหารอันโอชะในทันใด ครั้นเห็นเนื้อตุ๋นชามโตที่ถูกตนเองกินจนเกลี้ยงก็หน้าแดงวาบ
“ขออภัย…ฝีมือทำอาหารของเมิ่งฮูหยินยอดเยี่