้วยกัน?”
“…”
“…”
เวินเทียนเหล่ยแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว
ปกติตอนที่เขาทำการค้าร่วมกับเมิ่งฉีฮ่วน แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้พูดจาด้วยดีนัก แต่ก็ไม่เคยทำตัวโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ วันนี้เขาแค่พูดผิดไปแค่ไม่กี่คำ เมิ่งฉีฮ่วนก็ทำท่าราวกับจะจับเขาถลกหนังทั้งเป็น…หากรู้แต่แรกคงให้คนสืบมาให้ชัดเจนเสียก่อน ลูกน้องของเขาไม่มีใครได้เรื่องเลยจริง ๆ!
“เมิ่งหลาง*[1] คุณชายใหญ่เวินถึงอย่างไรก็เป็นคุณชายใหญ่จากตระกูลที่มีเกียรติ ท่านอย่ารังแกเขาแบบนั้นสิ” น้ำเสียงนุ่มนวลของหลี่เยว่หานลอยมา พอฟังอย่างละเอียดก็พบว่ามีความขบขันเจืออยู่หลายส่วน
จู่ ๆ มาถูกหลี่เยว่หานเรียกว่า ‘เมิ่งหลาง’ กระทั่งเมิ่งฉีฮ่วนก็ยังนิ่งอึ้งไป แต่ทันใดก็มีรอยยิ้มเกลื่อนบนใบหน้า “ก็ได้ ตามใจฮูหยิน”
เวินเทียนเหล่ยซึ่งยืนอยู่ตรงประตู เห็นเมิ่งฉีฮ่วนเปลี่ยนสีหน้าในพริบตาก็ต้องผงะ
เมิ่งฉีฮ่วนที่เขารู้จักไม่ใช่คนที่จะพูดจาด้วยง่าย แต่นี่…เชื่อฟังภรรยาขนาดนี้เชียว?
“อึ้งอยู่ทำไม! ถ้าไม่กินข้าวก็ไปให้พ้น!” เมิ่งฉีฮ่วนเห็นเวินเทียนเหล่ยยังยืนอยู่ที่ประตูก็พูดเหน็บมาประโยคหนึ่งอย่างอดไม่ได้
เวินเทียนเหล่ยค่อยได้สติ รีบเข้ามาในครัวแล้วนั่งลงข้าง ๆ เมิ่งฉีฮ่วนอย่างเรียบร้อย
หลี่เยว่หานนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หลังจากตักข้าวให้พวกเด็ก ๆ แล้ว หันมาเห็นท่าทางของเวินเทียนเหล่ยก็รู้สึกว่าน่าขัน ภาพนี้ช่างให้ความรู้สึกเหมือน…ประธานเมิ่งจอมโหดกับภรรยาแซ่เวินผู้แ