ไม่ปล่อยมือก็ได้ แต่ท่านต้องปล่อยมู่ชวนเสียก่อน เขาใกล้จะถูกท่านบีบคอตายอยู่แล้ว ถ้าท่านได้ชื่อว่าเป็นฆาตกร ข้าช่วยท่านไม่ไหวหรอกนะ!”
เมื่อหลี่เยว่หานกล่าวเช่นนั้น ทุกคนก็ค่อย ๆ ก้มลงมองมู่ชวน เห็นเด็กน้อยถูกกระชากคอจนใบหน้าแดงก่ำไปหมดแล้ว หวังเฟิ่งก็พลันลนลาน รีบคลายมือที่กำคอเสื้อของเขาออกทันทีแล้วถูมือไปมาบนชุดของตัวเอง จากนั้นก็ชี้หน้าด่าทอหลี่เยว่หาน “นังเด็กชั้นต่ำเจ้าสาปแช่งใครกัน!”
ผู้ใดจะคาดคิด หลี่เยว่หานพลันปราดเข้าไปกุมมือหวังเฟิ่งที่ชี้หน้าตนข้างนั้น บิดแขนหวังเฟิ่งไปข้างหลังกดไว้บนหัวไหล่
“ท่านมีหน้ามีตาขนาดนี้ ใครจะกล้าสาปแช่งท่านกันเล่า” หลี่เยว่หานยกยิ้มแต่ตาไม่ยิ้ม “แต่ท่านมาหาเรื่องข้าก่อน ข้าก็ต้องให้ท่านได้รับความลำบากเสียบ้าง!”
หลี่เยว่หานว่าแล้วก็ออกแรงกดแขนข้างนั้นของหวังเฟิ่งจนนางร้องโหยหวน “ฆ่าคนแล้วเจ้าข้าเอ๊ย! ฆ่าคนแล้ว! นังเด็กชั้นต่ำหลี่เยว่หานจะฆ่าคนแล้ว! ฆ่าแม่ตัวเอง! โอ๊ย! ฆ่าคนแล้ว!”
“เชิญท่านร้องตามสบาย ยิ่งร้องดังเท่าไหร่ก็ยิ่งดี” หลี่เยว่หานกล่าวเสียงเย็นเยียบ “จะให้ดีก็ร้องจนคอแตกไปเลย คอยดูว่าข้าจะกล้าทำให้ท่านพิการจริง ๆ หรือเปล่า!”
“ตอนอยู่หมู่บ้านเฮยถู่ข้าก็ไม่กลัวท่าน คิดว่ามาอยู่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นแล้วข้ายังจะกลัวท่านงั้นเรอะ?”
หวังเฟิ่งค่อยรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา นางรีบเอ่ยปากขอร้อง “โธ่เอ๋ย…นางหนูเยว่หาน…แม่ทำไปเพราะร้อนใจแทนหรงเอ๋อร์! นางถูก