ีกหลายครั้งเพราะเกรงว่าหลี่เยว่หานจะได้ยินไม่ชัด
“ปัง”
หลี่เยว่หานเปิดประตูเรือนสกุลเมิ่งออกมาเสียงดังลั่น สีหน้าอึมครึม
“นางเด็กน่าตายคนนี้ ไม่สนใจไยดีคนในครอบครัวตัวเองสักนิด แต่พอได้ยินว่าจะเอาลูกติดของสามีเจ้าไปขายก็ร้อนใจเป็นแล้ว?” หวังเฟิ่งหัวเราะจนร่างสั่นเทิ้ม ตบหน้าขาแล้วหันไปยิ้มกล่าวกับคนในครอบครัวของหวังเหอฮวาว่า “ข้าถึงได้บอกว่านางเด็กชั้นต่ำคนนี้เสนอตัวมาเป็นแม่เลี้ยงให้คนอื่นอย่างไรเล่า พวกเจ้าดูสิ ว่านางดู ไร้ยางอายแค่ไหน!”
“หวังเฟิ่ง วางเด็กลง” หลี่เยว่หานไม่สนใจจะตีฝีปากกับหวังเฟิ่ง มู่ชวนที่ถูกขยุ้มคอเสื้อหายใจไม่ออกจนหน้าแดงเถือกไปหมดแล้ว หญิงสาวกลัวว่าเด็กชายจะเป็นอะไรไป
ก่อนหน้านี้ที่ไม่ยอมเปิดประตูออกมาก็เพราะไม่อยากทะเลาะกับหวังเฟิ่งต่อหน้าหลิงซี แต่หวังเฟิ่งกลับจับตัวมู่ชวนที่เลิกเรียนกลับมาเอาไว้ นี่จึงไม่ใช่เรื่องจะทะเลาะหรือไม่ทะเลาะกันอีกต่อไปแล้ว
“ข้าไม่ปล่อยแล้วจะทำไม เว้นเสียแต่ว่าเจ้าจะเชิญข้าเข้าไปในบ้านอย่างพินอบพิเทา ไม่อย่างนั้น เจ้าอย่าหวังเลยว่าข้าจะปล่อยเจ้าเด็กนี่!” หวังเฟิ่งกุมจุดอ่อนของหลี่เยว่หานเอาไว้ได้ก็ทำตัวร้ายกาจขึ้นมาทันที “เมื่อกี้ยังไม่ยอมเปิดประตูอยู่เลยไม่ใช่เรอะ เป็นไรไป? ตอนนี้ยอมเปิดประตูง่าย ๆ แล้ว?”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ บอกตนเองว่าต้องสงบสติอารมณ์เข้าไว้ อย่าปล่อยให้หวังเฟิ่งยั่วยุได้สำเร็จ “ท่าน