รยาของตัวเองเช่นนี้!”
หวังเฟิ่งว่าแล้วก็นั่งลงตรงหน้าประตูเรือนสกุลเมิ่ง ท่าทางเช่นนั้นราวกับว่าถ้ามีใครเข้ามาดึงนางออกไป นางก็จะขอเสี่ยงชีวิตกับอีกฝ่ายทั้งอย่างนั้น
เวลาช่วงเช้าผ่านไป คนที่พักกลางวันแล้วกลับเรือนมารับประทานมื้อเที่ยงก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ เห็นคนกลุ่มนี้มาอาละวาดหน้าประตูเรือนสกุลเมิ่งอีกแล้ว ทุกคนก็นึกขัน และไม่ไปให้ความสนใจ
ส่วนเวินเทียนเหล่ยที่ชมความครึกครื้นอยู่ข้าง ๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตื่นเช้าเกินไปหรืออย่างไร เขาจึงมุดเข้ารถม้าไปนอนกลางวันนานแล้ว
มู่ชวนที่เพิ่งเลิกเรียนกลับมา มองเห็นแต่ไกลว่ามีคนมาล้อมบ้านของตนเอาไว้ก็อดจะร้อนใจไม่ได้ เขาเร่งฝีเท้ากลับมาถึงหน้าประตูเรือน กลับพบว่าเป็นครอบครัวของหวังเหอฮวาและคนที่ตนเองไม่รู้จักอีกหลายคน
“พี่สาวเหอฮวา พวกท่านมาทำอะไรที่นี่?” มู่ชวนมุ่นคิ้วถาม
หวังเหอฮวาเดิมก็ไม่พอใจมู่ชวนกับหลิงซีอยู่แล้ว จึงทำหน้าบึ้งใส่มู่ชวน “อาของเจ้าไปติดค้างหนี้รักคนอื่นไว้ ถามข้าไปก็ไม่มีประโยชน์!”
มู่ชวนได้ยินแบบนั้นก็งุนงงไปหมด ไม่เข้าใจเลยว่าหวังเหอฮวาพูดอะไรอยู่
ขณะที่หวังเฟิ่งพอจะคาดเดาตัวตนของมู่ชวนได้จากคำพูดของหวังเหอฮวา จึงลุกพรวดพราดจากหน้าประตูเรือนสกุลเมิ่งปรี่เข้ามาหามู่ชวน กระชากคอเสื้อของเขาเอาไว้แล้วตะโกนเสียงดัง
“หลี่เยว่หาน! ถ้าเจ้ายังไม่ยอมออกมาอีก ข้าก็จะเอาลูกติดของสามีเจ้าไปขายให้พวกค้ามนุษย์!”
หวังเฟิ่งพูดซ้ำเสียงดังอ