รข้าก็เป็นแม่เลี้ยง ต่อให้ทำดีกับเยว่หานมากกว่านี้คนเขาก็ไม่แน่ว่าจะจดจำใส่ใจ แต่ว่าเยว่หานเอ๊ย! พ่อเจ้ายังอยู่ตรงนี้นะ! แดดเปรี้ยงแบบนี้เจ้าทำใจปล่อยให้พ่อแก่ ๆ ของเจ้ายืนตากแดดอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร! เจ้ายังรู้จักผิดชอบชั่วดีอยู่หรือไม่!”
“ต่อให้เจ้าไม่เห็นแม่เลี้ยงคนนี้อยู่ในสายตา อย่างน้อยเจ้าก็เป็นห่วงพ่อแท้ ๆ ของเจ้าบ้างเถอะ!”
……
เสียงของหวังเฟิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งบิดามารดาของหวังเหอฮวาก็ไม่ร่วมผสมโรงอีกแล้ว มีนางคนเดียวที่แสดงละครอยู่หน้าประตูเรือนสกุลเมิ่ง
“พอเถอะ เฟิ่งเอ๋อร์ อย่าทำขายหน้าต่อไปอีกเลย” ในที่สุดหลี่ต้าเฉิงก็ทนไม่ไหว ดึงแขนของหวังเฟิ่งเอาไว้ บอกให้นางอย่าได้ด่าทอต่อไปอีกเลย
“ขายหน้า? ตอนนี้ท่านมารังเกียจว่าข้าขายหน้า? ท่านกลัวขายหน้าแล้วจะมาทำไม! มีแต่นางเด็กเยว่หานที่เป็นลูกสาวของท่าน หรงเอ๋อร์ของข้าไม่ใช่ลูกสาวของท่านงั้นเรอะ!” หวังเฟิ่งระเบิดอารมณ์อย่างคลุ้มคลั่ง ชั่วขณะนั้นหลี่ต้าเฉิงจนปัญญาไม่รู้จะรับมือกับนางอย่างไรดี
เห็นว่าเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ประตูบ้านสกุลเมิ่งก็ยังคงปิดสนิทโดยไม่มีทีท่าว่าจะเปิดออกเหมือนเมื่อวานไม่มีผิด หลี่ต้าเฉิงถอนหายใจและพูดว่า “เฟิ่งเอ๋อร์ ในเมื่อเยว่หานไม่อยากพบพวกเรา พวกเราก็กลับกันเถอะ!”
“ถ้าจะกลับท่านก็กลับไปคนเดียว! วันนี้ข้าจะให้นังเด็กสารเลวหลี่เยว่หานออกมาพูดให้ชัดเจนให้ได้ สามีของนางมีสิทธิ์อะไรมาลงไม้ลงมือกับน้องสาวภร