ามองพลางพูดด้วยท่าทางง่อนแง่น “ครั้งนั้นเป็นเพราะมีคนคนไม่ดี อาเมิ่งก็เลยแสร้งทำให้พวกเขาเห็น ท่านอารักความสะอาดจะตายไป”
เมื่อเห็นเด็กหญิงตัวน้อยพูดจบก็ยืนง่อนแง่นต่อไป หลี่เยว่หานจึงรีบอุ้มนางมาไว้ในอ้อมแขนของตนทันที เมื่ออยู่ในอ้อมแขนของอาหญิง หลิงซีถูลำคอของหลี่เยว่หานเบา ๆ ก่อนจะนอนหลับต่อไป
เมื่อเห็นนางเป็นเช่นนี้ หลี่เยว่หานอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ “ที่ผ่านมา เจ้าปลุกน้องสาวเจ้าเช้าเช่นนี้เชียวหรือ?”
“ไม่ใช่ เป็นเพราะนางอยากตื่นขึ้นมาเอง” มู่ชวนพูดไปพลางยกอาหารจากเตาไปวางบนโต๊ะ “ทุกครั้งนางจะตะโกนร้องขอตามอาเมิ่งขึ้นภูเขาไป แต่นางก็จะง่วงนอนเช่นนี้ทุกครั้ง แม้แต่กินข้าวก็ยังกินเข้าไปทางจมูก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็ยิ่งรู้สึกปวดใจกับสองพี่น้องคู่นี้
ถึงแม้ชายคนหนึ่งเลี้ยงดูเด็กถึงสองคนจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในการใช้ชีวิตส่วนมากนั้น เด็กทั้งสองคนยังคงต้องดูแลตัวเอง มู่ชวนอายุเพียงห้าขวบ เมื่อคิดถึงคำพูดของเมิ่งฉีฮ่วน พวกเขามายังหมู่บ้านไป๋อวิ๋นเมื่อสองปีก่อน มู่ชวนในตอนนั้นคงจะอายุพอ ๆ กับหลิงซีในตอนนี้
มู่ชวนที่อายุเพียงเท่านั้น ยังต้องดูแลน้องสาวที่นอนอยู่ในผ้าอ้อม อีกทั้งยังต้องเรียนหนังสือและต้องทำอาหาร
ไม่ได้แตกต่างไปจากเด็กตัวน้อย ๆ ที่หลี่เยว่หานได้พบตอนไปทำอาสาสมัครแม้แต่น้อย…
“ต่อไปให้อาเมิ่งของพวกเจ้าขึ้นภูเขาไปเงียบ ๆ คนเดียว อย่าทำให้พวกเจ้าต้องตื่นเช่นนี้” หล