ี่เยว่หานพูดพลางวางแปรงสีฟันของตัวเองลง และนำหลิงซีไปวางไว้บนเตียงเล็ก ๆ ที่เธอจัดเตรียมไว้ในห้องครัว หลังจากห่มผ้าแล้วจึงมองไปยังอาหารบนโต๊ะ หญิงสาวอดขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้
“ให้พวกเจ้ากินมันเทศกันแต่เช้าเลยหรือ?” หลี่เยว่หานพูดไม่ออกจริง ๆ
“อาเมิ่งต้องรีบไปแน่…” มู่ชวนเองก็รู้สึกลำบากใจขึ้นมา…ถึงแม้จะบอกว่าตัวเองไม่เลือกกินเท่าใดนัก แต่เมื่อได้กินอาหารที่หลี่เยว่หานทำมานาน แล้วจู่ ๆ ต้องกลับมากินมันเทศ มู่ชวนก็รู้สึกไม่ชินอยู่เล็กน้อย
“เจ้ารอก่อน” หลี่เยว่หานพูดพลางลุกเดินออกไปจากห้องครัว เดินไปยังห้องเก็บผักและเปิดไหผักตุ๋นที่เตรียมไว้เมื่อวันก่อน และเติมเนื้อตุ๋นให้เต็มชาม
หลังจากเดินกลับไปห้องครัว จึงยกหม้อขึ้น หั่นเนื้อตุ๋นออกเป็นแผ่นบาง ๆ ดึงก้านอ่อนของกระเทียมออกแล้วสับจนละเอียด นำเนื้อตุ๋นลงไปผัดในหม้อ เพียงไม่นานก็ส่งกลิ่นหอมลอยออกมา มู่ชวนได้กลิ่นแล้วก็แทบเก็บน้ำลายไว้ไม่ไหว
“หอมมาก หอมมาก…หิวแล้ว ๆ…” หลิงซีที่กำลังหลับอยู่นั้นตื่นขึ้นมาทันที นางหลับตาลงและขยับจมูกเพื่อสูดดมหาที่มาของกลิ่นหอม
มู่ชวนกลัวว่านางจะลุกและลงจากเตียงมาโดยไม่ลืมตา จึงรีบขึ้นไปจับมือนางไว้ทันที “ตื่น ๆ อาหญิงเตรียมอาหารไว้ให้เราแล้ว!”
เมื่อได้ยินคำว่าอาหาร หลิงซีก็ลืมตาขึ้นมาทันที
มู่ชวนเห็นเช่นนั้น ก็รู้สึกทั้งโมโหทั้งตลกอีกฝ่าย
ชามเนื้อตุ๋นผัดหอม ๆ ถูกหลี่เยว่หานยกมาวางไว้บนโต๊ะอย่างรวดเร็ว หลังจา