กนั้นหญิงสาวจึงหั่นมันเทศที่นึ่งสุกแล้วออกเป็นชิ้น ๆ ผสมเข้ากับแป้ง น้ำและไข่ไก่คนให้เข้ากัน และนำต้นกระเทียมที่เหลือหั่นใส่ตามลงไป จากนั้นใส่น้ำมันสัตว์ลงไปในหม้อเล็กน้อย เทส่วนผสมลงไปให้เป็นแผ่นและนำไปอบทันที เมื่อเสร็จแล้วก็เทใส่จานแล้วนำไปวางบนโต๊ะ
ดวงตาของมู่ชวนและหลิงซีเปล่งประกายขึ้นมาทันที แต่ด้วยการที่ถูกสั่งสอนมาอย่างดี ทำให้สองพี่น้องต้องพยายามอดกลั้นความอยากไว้ จนกระทั่งหลี่เยว่หานล้างมือแล้วมานั่งพลางพูดว่า ‘กินได้’ ทั้งสองจึงเริ่มหยิบตะเกียบและเริ่มกิน
เมื่อเห็นสองพี่น้องกินอย่างมีความสุข หลี่เยว่หานก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
หลังจากกินข้าวเสร็จเรียบร้อย หลี่เยว่หานจึงแบกตะกร้าใส่หลังพลางเอาหลิงซีใส่ลงไปและไปส่งมู่ชวนไปสำนักศึกษา วันนี้เธอวางแผนไว้ว่าจะเดินไปตามถนนเส้นเล็ก ๆ ด้านหลังสำนักศึกษาเพื่อไปยังสถานที่ปลูกต้นพริกป่าอีกครั้ง เธออยากขุดต้นกล้าเหล่านั้นกลับมา
“ข้าถึงแล้ว อาหญิงกลับไปเถิด” หน้าประตูทางเข้าสำนักศึกษา มู่ชวนจูงมือกับอาหญิงของตนอย่างมีความสุข
“อืม ตั้งใจเรียน อาหญิงจะขึ้นภูเขาแล้ว” พูดจบหลี่เยว่หานจึงเดินไปด้านหลังสำนักศึกษา
เมื่อเห็นเช่นนั้น มู่ชวนจึงรีบก้าวออกไปขวางหลี่เยว่หานไว้ พลางพูดเสียงกระซิบออกมาเบา ๆ “อาหญิง เส้นทางหลังภูเขานั้นเป็นเส้นทางสำหรับอาจารย์ วันนี้มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาเป็นจำนวนมากอย่าไปทางนั้นเลย”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของเด็กชาย หลี่เยว่