หานก็รู้สึกสงสัยขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้ถามใด ๆ ออกไป คนสมัยก่อนมักที่จะชอบสร้างเส้นทางเล็ก ๆ ไว้หลังบ้านของตน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด
“ได้ เช่นนั้นวันนี้ข้าไม่ไปแล้ว เจ้ารีบเข้าเรียนถิด” พูดจบ หลี่เยว่หานจึงอุ้มหลิงซีขึ้นมา มองมู่ชวนเดินเข้าสำนักศึกษาจนลับสายตาไปแล้วจึงหมุนตัวเดินออกไป
แต่กลับถูกคุณชายที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าดูดีผู้หนึ่งขวางทางไว้
“รบกวนท่านช่วยหลีกทางให้ข้า” คนของครอบครัวหลี่พึ่งจะมาสร้างความวุ่นวาย หลี่เยว่หานจึงไม่อยากมีเรื่องข้องเกี่ยวกับชายอื่นนัก โดยหญิงสาวไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ
“สาวน้อยเจ้าช่างเติบโตมาอย่างงดงามนัก อยากมาเป็นคนของตระกูลเวินของเราหรือไม่?” น้ำเสียงที่เอ่ยถามอย่างเป็นกันเองดังขึ้นอยู่บนศีรษะ
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานอดรู้สึกรังเกียจขึ้นมาไม่ได้
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง อีกฝ่ายมีสีหน้าดูเป็นกันเอง หญิงสาวคิดบางอย่างอยู่ในใจก่อนจะพูดบางอย่างออกมา “ไม่ทราบว่า คุณชายมีนามว่าอันใด?”
“ข้าคือคุณชายใหญ่ตระกูลเวินพ่อค้าหลวงขั้นหนึ่ง เวินเทียนเหล่ย” พูดจบ เวินเทียนเหล่ยจึงโค้งคำนับหลี่เยว่หานด้วยท่าทางสุภาพ
หลี่เยว่หานถือโอกาสในตอนที่เขาโค้งคำนับ เดินไปด้านหลังเวินเทียนเหล่ยอย่างรวดเร็ว พลางใช้เท้าเตะไปยังบั้นท้ายของเวินเทียนเหล่ย
ถ้าไม่เป็นเพราะบ่าวที่ติดตามมานั้นมีสายตาและมือที่ว่องไว และไม่ได้ประคองเวินเทียนเหล่ยเอาไว้ เกรงว่าเขาคงจะล้มจนกิน