ได้ ถ้าหากหลิงซีไม่อยู่ข้างกายอาหญิง จะเกิดอันตรายขึ้นได้”
เมื่อได้ยินคำพูดของเด็กหญิง หลี่เยว่หานก็ถอนหายใจออกมา “ข้าเคยมาที่นี่กับอาเมิ่งของเจ้า จะมีอันตรายได้อย่างไรกัน และที่นี่ก็ไม่ได้ห่างจากหมู่บ้านมากนัก มีร่องรอยของผู้คนมากมาย อย่างไรสัตว์ร้ายก็ไม่มาถึงที่นี่”
“ไม่ได้ ๆ ก็คือไม่ได้” หลิงซีบุ้ยปากและคล้องคอหลี่เยว่หานเอาไว้แน่น ทำให้ทั้งร่างห้อยอยู่บนตัวของหลี่เยว่หาน ไม่ว่าจะพูดเช่นไรก็ไม่ยอมขยับ
“เจ้าทำเช่นนี้แล้วพี่จะทำอย่างอื่นได้อย่างไรกัน?” หลี่เยว่หานพยายามหว่านล้อมด้วยเหตุผล
แต่หลิงซียังคงไม่ยอมแม้แต่น้อย “เช่นนั้นพวกเราก็ไม่ต้องทำอะไร นอนอาบแดดก็พอ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของนาง หลี่เยว่หานก็รู้สึกหดหู่ในใจขึ้นมา
แต่เมื่อคิดไปถึงเด็กน้อยขี้แงที่ร้องไห้อย่างหนักในวันนั้น หลี่เยว่หานก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมา ก่อนจะอุ้มหลิงซีนั่งลงข้าง ๆ
เมื่อมองไปยังต้นอ่อนตรงหน้าแต่กลับไม่สามารถขุดกลับไปได้นั้น หลี่เยว่หานอดเสียดายขึ้นมาไม่ได้
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแสงแดดที่แรงเกินไปหรือไม่ หลี่เยว่หานนั่งตากแดดอยู่เพียงครู่หนึ่ง ก็รู้สึกง่วงนอนขึ้นมา เธอมองหาพุ่มดอกหญ้าสูง ๆ พลางอุ้มหลิงซีที่ไม่ยอมห่างจากตนและทอดกายนอนลงไปบนพุ่มดอกหญ้า
“อาหญิงจะหลับหรือ?” หลิงซีนอนหนุนแขนเธอพลางเอ่ยถาม
“ใช่ ในเมื่อเจ้าไม่ยอมให้ข้าทำสิ่งใด ข้าก็ทำได้แค่นอนตากแดดแล้วก็หลับไปเท่านั้น” หลี่เยว่หานพูดพลางหาท่านอนท