งเดินเล็ก ๆ จนมาถึงสถานที่ที่เคยมาขุดพริกป่า ก็อดรู้สึกแปลกใจขึ้นมาไม่ได้
ใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งก้านธูปในการเดินทางจากถนนในหมู่บ้านจนมาถึงที่นี่ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าด้านหลังสำนักศึกษาจะมีทางเดินเล็ก ๆ เช่นนี้อยู่ เพียงแค่ดื่มชาถ้วยเดียวเธอก็มาถึงที่นี่
“หลิงซี เจ้าลงมาเล่นดีหรือไม่?” หลี่เยว่หานหันไปเห็นต้นกล้าที่ขึ้นบริเวณที่น่าจะเคยขุดต้นพริกป่าออกไป จึงอดไม่ได้ที่จะนำต้นกล้าติดไม่ติดมือกลับไปด้วย
“ไม่เอา” หลิงซีกอดคอหลี่เยว่หานไว้ “อาเมิ่งบอกว่า ไม่ให้หลิงซีออกห่างจากอาหญิง!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็อดรู้สึกงุนงนขึ้นมาไม่ได้ “เช่นนั้น ข้าไม่ต้องแบกเจ้าทั้งวันหรือ?”
“ต้องเป็นเช่นนั้น!” หลิงซีตอบอย่างตรงไปตรงมา
หลี่เยว่หานพูดไม่ออกไปอยู่ครู่หนึ่ง “ไม่ได้หรอกหลิงซี หากต้องแบกเจ้าไปทั้งวันเช่นนี้ พี่จะเหนื่อยเอาได้”
“ท่านคืออาหญิงไม่ใช่พี่!” หลิงซีรีบพูดแก้ขึ้นมาทันที
“ไม่ว่าจะเป็นอาหญิงหรือพี่ก็เหนื่อยเหมือนกัน!” หลี่เยว่หานพูดปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ท่านโกหก หลิงซีตัวเบา ไม่ได้หนักเช่นนั้น!”
ขณะที่หลี่เยว่หานกำลังจะพูดว่าถึงแม้หลิงซีจะตัวเบา แต่ก็ยังมีน้ำหนัก จู่ ๆ ก็รู้สึกได้ว่าบนไหล่รู้สึกเบาลง ความหนักที่แบกหลิงซีไว้ จู่ ๆ ก็หายไปทันที
“หลิงซีตัวเบามากใช่หรือไม่!” หลิงซียังคงกอดคอหลี่เยว่หานไว้
แต่หลี่เยว่หานกลับหวาดกลัวจนเม็ดเหงื่อผุดออกมา
เมื่อก้มลงมอง ยังคงเป็นแขนสั้