ดอาเมิ่งของพวกเจ้าจึงยอมให้เพียงหลิวโหย่วฉายขึ้นภูเขาไปด้วย แต่กลับไม่ยอมให้ผู้อื่นไปกัน?”
“นั่นไม่ได้เป็นเพราะอาโหย่วฉายเป็นคนดีหรอก การล่าสัตว์ด้วยกันนั้น สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือปัญหาในการแบ่งเหยื่อ ตอนที่อาโหย่วฉายมาครั้งแรกนั้น ได้บอกไว้ว่า ขอเพียงติดตามอาเมิ่งไป จะไม่ขอแบ่งเหยื่อด้วย”
มู่ชวนพูดพลาง ล้างมือและให้หลิงซีนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็กด้านข้าง และเริ่มหวีผมให้น้องสาว “ใคร ๆ ต่างก็บอกว่า ถ้าจะปฏิเสธก็ต้องปฏิเสธให้หมด แต่อาเมิ่งไม่ยอม ดังนั้นชาวบ้านที่คิดอยากไปล่าสัตว์กับอาเมิ่งในตอนแรกนั้น จึงไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก”
“อาเมิ่งของพวกเจ้าทำให้คนไม่พอใจมากมายเช่นนี้ แล้วเหตุใดยังกล้าไม่อยู่บ้านวันเว้นวัน ปล่อยให้พวกเจ้าอยู่บ้านกันสองคนพี่น้อง?” หลี่เยว่หานจัดการถ้วยชามด้วยท่าทางคล่องแคล่วพลางเอ่ยถาม
“เพราะทุกคนเข้าใจว่าคนในครอบครัวนั้นไม่เกี่ยวข้อง” มู่ชวนพูด แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดน้ำเสียงกลับเบาลงเล็กน้อย “คนในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นใช้ชีวิตเรียบง่ายมากนัก”
“แอ๊ด…” เสียงประตูห้องครัวถูกเปิดออก เมิ่งฉีฮ่วนเดินเข้ามา หลี่เยว่หานเห็นเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วจึงอดสงสัยไม่ได้
“เจ้าจะออกไปข้างนอกหรือ?”
เขาเปลี่ยนเป็นชุดคลุมตัวยาวสีน้ำเงิน สีราวกับหมอกบางบนภูเขา ซึ่งทำให้เดิมทีเมิ่งฉีฮ่วนที่ดูดุร้ายนั้น กลับดูอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด
“เมิ่ง…” มู่ชวนชะงักไป
“เหตุใดจู่ ๆ เจ้าจึงสวมเสื้อผ้าเช่นนี้?