หลี่เยว่หานบังเกิดความหวาดกลัวต่อชายหนวดเครารุงรังผู้นั้นโดยสัญชาตญาณ พอหันมาเห็นว่าอีกฝ่ายเข้ามาในครัวก็ตกใจจนไม้พายเกือบร่วงจากมือ
เมิ่งฉีฮ่วนตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาหยัดกายขึ้นมาจากเตาฝั่งที่มีช่องใส่ฟืนทันที แล้วยิ้มพูด “พี่ใหญ่กัว ไม่เจอกันเสียนาน!”
“เจ้าเด็กนี่ไม่มีน้ำใจเอาเสียเลย” คนที่ถูกเมิ่งฉีฮ่วนเรียกว่าพี่ใหญ่กัวเอามือข้างหนึ่งไพล่หลัง มืออีกข้างชี้นิ้วไปมากลางอากาศ “เรื่องใหญ่อย่างการแต่งเมียเจ้าก็ไม่บอกข้าสักคำ ถ้าวันนี้ข้าไม่ได้กลับหมู่บ้านมาได้กลิ่นหอมจนตามมาถึงบ้านเจ้าพอดี เจ้าจะปิดบังข้าไปจนถึงเมื่อไหร่?”
ได้ยินวาจานี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็เข้าไปโอบไหล่พี่ใหญ่กัวพลางหัวเราะเสียงดัง “เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว พี่ใหญ่กัว ท่านไม่รู้อะไร สะใภ้ตัวน้อยของข้านิสัยแข็งกร้าวยิ่งนัก จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เต็มใจเป็นเมียข้าเลย ดุเหมือนแมวป่าบนเขาไม่มีผิด”
เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางบุ้ยใบ้มาทางหลี่เยว่หาน “นั่นไง แมวป่าตัวน้อยอยู่ตรงนั้นเอง”
หลี่เยว่หานถูกเมิ่งฉีฮ่วนเรียกหาเช่นนี้เป็นคราแรก เธอขมวดคิ้วน้อย ๆ บังคับให้ตนเองสงบสติอารมณ์จดจ่อสมาธิอยู่กับเนื้อหมูในหม้อต่อไป
ชายแซ่กัวที่อยู่ด้านหลังมองหลี่เยว่หานขึ้น ๆ ลง ๆ จากนั้นก็หันไปหัวเราะล้อเลียนเมิ่งฉีฮ่วน “ผู้หญิงตัวแค่นี้เจ้าก็เอาไม่อยู่?”
“ไม่เกี่ยวกับว่าเอาอยู่หรือเอาไม่อยู่ ข้าอยากอยู่กับนางไปทั้งชีวิต คงไม่อาจขืนใจกันตั้งแต่เริ่มกระมัง” เมิ่ง