ฉีฮ่วนพูดจาโดยไม่คิดจะเลี่ยงคำแม้แต่น้อย “อีกอย่างบ้านข้ายังมีเด็กอีกสองคน ไม่อาจทำตัวเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้พวกเขาเห็นได้”
ชายแซ่กัวได้ยินแล้วก็พยักหน้าเห็นพ้อง “นี่ ตกลงพวกเจ้าทำของอร่อยอะไรกันแน่ ข้าเพิ่งกลับมาถึงเรือน ข้าวร้อน ๆ เพิ่งเข้าปากก็ได้กลิ่นหอมลอยมาแล้ว ข้าวหอมกรุ่นในปากยังสู้ไม่ได้เลย ข้าบอกเจ้าไว้เลยว่าถ้าวันนี้เจ้าไม่ให้ข้าลิ้มลองของอร่อย ข้าไม่ยอมกลับไปหรอกนะ!”
“ไม่มีทางอยู่แล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางดึงชายแซ่กัวให้นั่งลงบนโต๊ะ “ก่อนนี้พี่ใหญ่กัวไม่อยู่ที่เรือนจึงไม่ได้ชวนมา ตอนนี้พี่ใหญ่กัวมาถึงที่แล้ว ข้าไม่ให้คนอื่นกิน ก็ต้องให้พี่ใหญ่กัวได้ชิมรสชาติอยู่แล้ว”
เมิ่งฉีฮ่วนพูดจบก็ร้องบอกหลี่เยว่หาน “เยว่หาน ไปเอาสุราในคลังสุราออกมาอุ่นให้ข้าสักกา แล้วก็ตักหมูตุ๋นพะโล้มาด้วยสักจาน”
เมิ่งฉีฮ่วนเดินไปถึงข้างกายหลี่เยว่หาน รับไม้พายจากมือนางแล้วกระซิบข้างหูนางอย่างรวดเร็วว่า “พวกเด็ก ๆ น่าจะใกล้กลับมากันแล้ว เจ้าอุ่นเหล้าเสร็จแล้วก็พาพวกเขาเข้าไปในเรือนชั้นใน คนผู้นี้แอบชอบหวังเหอฮวา เกรงว่าคงมาหาเรื่อง”
ได้ยินดังนั้นหลี่เยว่หานก็อยากเงยหน้าขึ้น แต่ถูกเมิ่งฉีฮ่วนห้ามไว้
“อย่าให้เขาเห็นหน้าเจ้า”
พูดจบ เขาก็ผลักหลังเอวของหลี่เยว่หานทีหนึ่ง หญิงสาวจึงได้แต่ถือกาสุราเข้าไปในคลังสุรา
ชายแซ่กัวแอบชอบหวังเหอฮวา เมิ่งฉีฮ่วนให้เธอไปอุ่นสุราแล้วพาพวกเด็ก ๆ เข้าไปในเรือนชั้นใน เธอเ