ข้าใจได้ว่าเขาคงไม่อยากให้ชายแซ่กัวมาหาเรื่องตนเอง
แต่ไม่ให้ชายแซ่กัวเห็นหน้าเธอหมายความว่าอย่างไร?
หลี่เยว่หานตักสุราใส่กาพลางมุ่นคิ้ว เธอไม่เข้าใจเลยจริง ๆ เมิ่งฉีฮ่วนส่งเสียงเร่งมาจากข้างนอก หลี่เยว่หานจึงต้องยกสุราออกไป
ก่อนจะออกไป หลี่เยว่หานชะงักฝีเท้าเล็กน้อย แล้วใช้มือป้ายขี้เถ้าที่ใช้สำหรับป้องกันความชื้นมาทาใบหน้าตนเองจนมอมแมม ค่อยเดินออกไปจากคลังเก็บสุรา
“แค่ตักเหล้าก็…ชักช้า…ยืดยาด…” เมิ่งฉีฮ่วนทำเป็นมองหลี่เยว่หานหงุดหงิด แต่กลับเห็นหลี่เยว่หานมาปรากฏกายตรงหน้าตนเองด้วยใบหน้าดำมอมแมมก็เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา โชคดีที่กลั้นเอาไว้ได้ทัน
“ฮ่า ๆๆ…” ชายแซ่กัวคอยมองทางนี้อยู่ตลอด ครั้นหลี่เยว่หานโผล่หน้าออกมา เขาก็ตบโต๊ะหัวเราะเสียงดัง “ข้าว่านะน้องชาย เมียคนนี้ของเจ้าเซ่อซ่าจริง ๆ แค่ไปตักเหล้าก็ทำหน้าตัวเองเลอะเทอะไปหมด ฮ่า ๆๆ…”
เมิ่งฉีฮ่วนแอบยกนิ้วโป้งให้หลี่เยว่หานระหว่างที่ชายแซ่กัวหัวเราะร่วน รับกาสุราจากมือนาง แล้วผลักนางออกไปจากห้องครัวด้วยท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์ “มือเท้างุ่มง่ามจริง ๆ รีบออกไปล้างหน้าล้างตาเสีย”
หลี่เยว่หานถูกเมิ่งฉีฮ่วนใช้ข้ออ้างผลักออกไปจากห้องครัวด้วยประการฉะนี้
เดิมหญิงสาวยังอยากถามว่าชายหนวดเคราเฟิ้มแซ่กัวผู้นี้เป็นใคร แต่เห็นท่าทางตื่นตัวของเมิ่งฉีฮ่วนก็คาดเดาว่าคงเป็นคนที่ไม่ควรไปมีเรื่องด้วย จึงไม่ชักช้า ออกไปรับมู่ชวนและหลิงซีทั้งใบหน้ามอมแ