มมกลับมาได้ก็พาสองพี่น้องเข้าไปในเรือนชั้นในทันที
“พี่สาว อ้อ ไม่ใช่สิ อาหญิง ทำไมท่านต้องทำให้หน้าตัวเองมอมแมมเช่นนั้นด้วยล่ะขอรับ?” เข้าไปในเรือนหลังแล้ว มู่ชวนก็มองหลี่เยว่หานที่กำลังใช้ฝักจ้าวเจี่ยว*[1]ล้างหน้าตัวเองอย่างสงสัย “ล้างแบบนั้นท่านไม่แสบหรือ?”
“แสบ!” หลี่เยว่หานถอนหายใจ จากนั้นก็หยุดมือมองมาที่สองพี่น้อง ถามว่า “พวกเจ้ารู้ไหมว่าชายหนวดเคราเฟิ้มแซ่กัวคือใคร?”
ครั้นพูดออกมา หลี่เยว่หานเห็นว่าใบหน้าของหลิงซีซีดเผือดลงทันที จึงถามอย่างเป็นห่วง “หลิงซี เจ้าเป็นอะไรไป?”
“พี่สาว…ลุงกัวมาที่เรือนใช่ไหมขอรับ?” น้ำเสียงของมู่ชวนไม่สดใสเหมือนเดิมอีกแล้ว หากหนักอึ้งอย่างหาได้ยาก
“ใช่” หลี่เยว่หานพยักหน้า “ตอนนี้กำลังดื่มสุราอยู่กับอาเมิ่งของพวกเจ้าในห้องครัว เขาเป็นใคร? ข้ารู้สึกว่าอาเมิ่งของพวกเจ้าคล้ายจะกลัวเขา?”
ได้ยินอย่างนั้น มู่ชวนก็สูดหายใจเข้าลึก พูดว่า “แทนที่จะบอกว่าอาเมิ่งกลัวเขา มิสู้บอกว่ากลัวตัวตนของเขามากกว่า”
“หมายความว่าอย่างไร?” หลี่เยว่หานขมวดคิ้ว
“เปลือกนอกลุงกัวเป็นพ่อค้าเร่ ทุกเดือนจะมีครึ่งค่อนเดือนที่ไม่อยู่เรือน แต่ความจริงแล้วเขาเป็นหน่วยสอดแนมของทางการ มีหน้าที่สืบข่าวในสถานที่ลับหูลับตาคนโดยเฉพาะ” มู่ชวนอธิบาย “อาเมิ่งกลัวว่าจะเปิดเผยตัวตนของพวกข้า”
เขาพูดพลางคว้ามือน้องสาวเอาไว้โดยสัญชาตญาณ
ได้ยินคำอธิบายของมู่ชวน หลี่เยว่หานที่กำลังล้างหน้าอยู่ก็พล