อีกเท่าไหร่ แล้วเริ่มไปคุ้ยในตะกร้าใบเล็กของตนเอง
คนทั้งสองลงมือเข้าขากันได้ดียิ่ง
เมื่อหลี่เยว่หานเตรียมเครื่องเทศเสร็จ เมิ่งฉีฮ่วนก็หั่นหมูครึ่งตัวนั้นเรียบร้อย หลี่เยว่หานเอาเนื้อหมูไปลวกในน้ำร้อนเสร็จแล้วก็เริ่มต้มน้ำพะโล้
เวลานี้เอง กลิ่นหอมของเครื่องเทศก็ค่อย ๆ เข้มข้นขึ้นตามลำดับ
“ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีวันที่ต้มเนื้อแล้วไม่ได้กลิ่นเนื้อสักนิด แต่ก็ยังอยากกินจนน้ำลายไหลแบบนี้ด้วย!” เมิ่งฉีฮ่วนที่กำลังเติมฟืนเข้าไปในเตามองหลี่เยว่หาน ซึ่งถูกไอน้ำตรงหน้าเตาปกคลุมด้วยสายตาเหม่อลอย เขากลืนน้ำลายเสียงดังอย่างอดใจไม่ไหว
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็รู้สึกว่าน่าขัน
เธอยังไม่ทันพูดอะไรก็พลันมีเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังมาจากนอกประตู
“เมิ่งฉีฮ่วน มารดาเจ้าเถอะ เจ้าทำของอร่อยอะไรกัน ข้าอยู่อีกฟากหนึ่งของหมู่บ้านยังได้กลิ่น รู้ไหมว่าเด็กทั้งหมู่บ้านโวยวายจะมากินของอร่อยที่บ้านเจ้าแล้ว!”
น้ำเสียงหยาบกระด้างที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้น หลี่เยว่หานหันกลับมาก็เห็นชายหนวดเครารุงรังที่มีดวงตาใหญ่โตปานระฆังผู้หนึ่งย่ำเท้าเข้ามาในห้องครัว
ทั่วร่างแผ่ซ่านรังสีกดดันออกมา หลี่เยว่หานอึ้งงันไปชั่วขณะ