่อกลับเข้ามาในห้องครัวอีกครั้ง เมิ่งฉีฮ่วนยังไม่ทันนั่งลง หลี่เยว่หานก็มองเขาพร้อมรอยยิ้ม “ท่านบอกมาเถอะ คราวก่อนหวังเฟิ่งกลับไปได้อย่างไร?”
“ข้าตีนางสลบแล้วเอาไปโยนทิ้งไว้ที่สุสานอนาถา” เมิ่งฉีฮ่วนไม่คิดจะโกหกแม้แต่น้อย
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานประหลาดใจก่อนตามด้วยเสียงหัวเราะพรืด “ท่านใจร้ายเกินไปแล้ว! ข้าบอกท่านก็ได้ว่าหลังจากท่านช่วยข้าขึ้นมาจากในน้ำครานั้น ข้าก็พร่ำบอกนางว่าข้าได้เจอยมทูตหน้าขาวหน้าดำ*[1] ทำให้นางเสียขวัญจนต้องไปไหว้พระที่วัด กระทั่งข้าวก็ไม่มีแก่ใจจะกินแล้ว!”
“…” เมิ่งฉีฮ่วนถือตะเกียบค้างเอาไว้แล้วปรายตามองหลี่เยว่หาน
หลี่เยว่หานเห็นเขาดูเหมือนจะไม่พอใจ ก็อดจะยิ้มออกมาไม่ได้ แล้วหันไปคีบเนื้อชิ้นหนึ่งให้หลิงซี
สีหน้าของเมิ่งฉีฮ่วนไม่ใคร่จะดีนักจนกระทั่งรับประทานอาหารเสร็จ หลี่เยว่หานไม่เข้าใจว่าเขาเป็นอะไรไป ได้แต่นึกตำหนิในใจว่าจิตใจบุรุษนั้นยากแท้หยั่งถึง
หากเป็นเช่นที่แล้วมา ยามบ่ายเมิ่งฉีฮ่วนมักไม่อยู่ที่เรือน หรือไม่อย่างนั้นก็จะขึ้นเขา แต่เนื่องจากพวกเขาเพิ่งกลับมาจากเมืองหลิวชิง วันนี้เมิ่งฉีฮ่วนจึงไม่คิดจะไปล่าสัตว์ แต่ช่วยหลี่เยว่หานนำเมล็ดพันธุ์บางส่วนที่หญิงสาวใช้ผ้าขาวคลุมเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวาน และเริ่มมีรากงอกออกมาแล้ว หลังจากผ่านมาหนึ่งคืนก็นำไปปลูกไว้ที่ท้ายเรือน
พริกป่าเริ่มสุกหมดแล้ว หลี่เยว่หานจึงเด็ดกลับมาทั้งหมด แล้วคัดเม็ดที่แดงและมีผลเรีย