วแหลมที่สุดออกมา ส่วนเม็ดอื่น ๆ นำไปแช่น้ำไว้
“เจ้าจะทำอะไร?” เมิ่งฉีฮ่วนถามด้วยความสงสัย
“พริกป่าเอาไปทำอะไรได้มากมาย” หลี่เยว่หานเม้มปากยิ้ม ๆ “ไม่ไปจับปลาหรือ?”
เมิ่งฉีฮ่วนได้ยินอย่างนั้นก็เลิกคิ้ว “ข้าไม่ไปแล้ว เหนื่อยจะตาย เจ้าไปเองเถอะ รีบไปรีบกลับ”
“ชิ” หลี่เยว่หานกลอกตาอย่างหมั่นไส้ จากนั้นก็แบกตะกร้าใบน้อยออกไปจากบ้าน
เมิ่งฉีฮ่วนมองตามเงาหลังของนางแล้วยกยิ้มมุมปากนิด ๆ
“อาเมิ่งนะอาเมิ่ง ท่านไม่เป็นห่วงพี่สาวเลยหรือ ทำไมปล่อยให้นางไปคนเดียวเล่า?” มู่ชวนกลับไปที่สำนักศึกษาแล้ว ตอนที่หลี่เยว่หานออกจากบ้านไปจับปลา หลิงซีกำลังง่วงเหงาหาวนอนพอดี
“เจ้าไปนอนเถอะ อาเมิ่งมีเรื่องอื่นต้องไปทำ” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางลูบศีรษะเล็ก ๆ ของเด็กน้อย
หลังกล่อมหลิงซีนอนหลับ เมิ่งฉีฮ่วนก็ไปที่ท้ายเรือน หาถังเปล่ามาใบหนึ่ง จากนั้นก็ล้วงตราประทับที่เปล่งประกายระยิบระยับยามอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ออกมาจากในอกเสื้อ หลับตาอยู่ครู่หนึ่งก็เอาตราประทับไปวางไว้กลางอากาศเหนือถังเปล่าใบนั้น
ทันใดนั้น น้ำที่ใสกระจ่างเป็นประกายก็พรั่งพรูออกมา เทลงสู่ถังเปล่าเบื้องล่างจนเต็มปริ่มอย่างรวดเร็ว เมิ่งฉีฮ่วนหลับตาลงอีกครั้ง เพียงไม่นานน้ำก็หยุดไหล เขาลืมตาขึ้นมาอีกครา
น้ำในถังแลดูใสพิสุทธิ์ยิ่ง เพราะน้ำนี้เป็นเหตุให้ในอากาศยังคงมีกลิ่นหอมจาง ๆ อ้อยอิ่งอยู่
เมิ่งฉีฮ่วนไม่รอช้า เขาหยิบกระบวยมารดน้ำเมล็ดพันธุ์ที่ปลูกกับหลี่