ยินเสียงฝีเท้าของหลี่เยว่หาน บนพื้นด้านหลังรถม้าที่่มีเงาวูบไหวอย่างชัดเจน ในเวลานี้เมิ่งฉีฮ่วนก็หันกลับมาเช่นกัน “เจ้าจัดการเรียบร้อยแล้วหรือ?”
“อืม” หลี่เยว่หานพยักหน้า “เมื่อครู่นี้ท่านกำลังคุยกับใครอยู่รึ?”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็ทำหน้าไร้เดียงสา “ข้าไม่ได้คุยกับใครเลย เจ้าเห็นภาพหลอนหรือไม่?”
“ไม่ได้คุยหรือ?” หลี่เยว่หานขมวดคิ้ว “แต่ข้าเพิ่งเห็นเงาบนพื้น น่าจะมีใครบางคนอยู่ข้างหลังรถม้า” หลังจากพูดแบบนั้น หลี่เยว่หานก็กำลังจะอ้อมไปที่ด้านหลังของรถม้า แต่ถูกจับไว้โดยเมิ่งฉีฮ่วนเสียก่อน
“ข้าว่าเจ้ามองผิดแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนพูดในขณะที่ดึงหลี่เยว่หานไปที่รถม้า “หมู่บ้านไป๋อวิ๋นจะมีนกจำนวนมากอพยพผ่านทุกฤดูใบไม้ร่วง ข้าเพิ่งเห็นฝูงห่านป่าบนท้องฟ้าจัดเรียงตัวมันในรูปของอักษร 人 (เหริน) ก่อนเปลี่ยนไปจัดเรียงเป็นรูปอักษร 大 (ต้า) ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมองผิด”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ขณะหลี่เยว่หานกำลังจะยืดศีรษะออกเพื่อมองดูห่านป่าด้วยความสงสัย รถม้าก็เริ่มออกวิ่งอย่างกะทันหัน ทางหลี่เยว่หานถูกกระชากถอยหลังทันที ก่อนตกลงสู่อ้อมแขนของเมิ่งฉีฮ่วนอย่างไม่ได้ตั้งใจ
“ฮูหยิน นี่เจ้าโผเข้ากอดข้าด้วยตัวเองเลยหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนถามด้วยรอยยิ้ม
“บ้านเจ้าสิ” หลี่เยว่หานรีบนั่งตัวตรง และไม่มีอารมณ์จะมองห่านป่าอีกต่อไป
“เจ้าจำฮูหยินของอาจารย์ได้หรือไม่” หลี่เยว่หานถามอย่างเป็นกันเองขณะที่รถม้ากำลังแล