แต่งงานแล้ว นางปฏิบัติต่อข้าอย่างดีตอนที่ข้ายังเด็ก และใบหน้าของแม่นางเยว่หานก็เหมือนนางยิ่ง นั่นเป็นสาเหตุที่เมื่อครู่นี้ข้าเสียกิริยาไป”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หลี่เยว่หานก็อดที่จะลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่ได้
เมื่อวานนี้ เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวว่าเมื่อสิบปีที่แล้วอาจารย์พาฮูหยินหลี่มาที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นเพื่อตั้งถิ่นฐาน ส่วนมารดาของเจ้าของเดิมเสียชีวิตไปเมื่อสิบสามปีก่อน นั่นคือเมื่อเจ้าของร่างเดิมอายุได้สองขวบปี ผู้ที่ฮูหยินหลี่พูดถึงต้องไม่ใช่มารดาของเจ้าของร่างเดิมแน่นอน
“ข้าพูดมากไปแล้ว” หลี่เยว่หานรีบขอโทษ “ข้าอยากอยู่ที่เมืองหลิวชิงกับ…สามีของข้าสักสองสามวัน ดังนั้นข้าจึงรบกวนให้ฮูหยินหลี่ดูแลหลิงซีสักสองสามวันแล้ว”
“ไม่ต้องกังวล” ฮูหยินหลี่หยิบขนมกุ้ยฮวากลิ่นหอมหวานชิ้นหนึ่งขึ้นมาป้อนให้หลิงซีด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม “อยู่กับข้า นางจะไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจใด ๆ และข้าบอกมู่ชวนแล้วว่าสองสามวันนี้ไม่ต้องกลับมา บังเอิญว่าสามีข้าเตรียมข้อสอบยาก ๆ ไว้ทดสอบเขาแล้ว”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หลี่เยว่หานก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ มู่ชวนคงไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเขาจะต้องใช้ชีวิตในชั้นเรียนตอนกลางวัน และยังต้องมาเรียนเสริมในตอนกลางคืนอีกอย่างแน่นอน
ครั้นอำลาฮูหยินหลี่แล้ว หลี่เยว่หานก็ออกจากสำนักศึกษามา จากระยะไกล เธอเห็นเมิ่งฉีฮ่วนยืนอยู่ข้างรถม้าโดยหันหลังให้ อีกฝ่ายดูเหมือนกำลังพูดคุยอยู่
เขาน่าจะได้