มณ์ถึงเพียงนี้” หลี่เยว่หานไม่สงสัยสิ่งที่มู่ชวนกล่าวเลย เธอหันไปมองเขาด้วยรอยยิ้ม “อาจารย์ของเจ้ากับฮูหยินของเขาอายุห่างกันมากหรือ?”
“ห่างกันมาก ข้าได้ยินคนพูดกันว่า อาจารย์มาที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นเมื่อสิบปีก่อน ตอนนั้นเขาพาฮูหยินผู้นั้นมาตั้งรกรากที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นด้วย ตอนนั้นภรรยาของอาจารย์เพิ่งจะอายุเพียงสิบขวบ กล่าวกันว่านางเป็นเจ้าสาวเด็ก*[2]” โดยปกติแล้วมู่ชวนจะไม่ชอบฟังเรื่องนินทาเหล่านี้ แต่ก็ยังคงรู้อยู่ไม่น้อย
“ยามนั้นอาจารย์ของสำนักศึกษาก็น่าจะอายุไม่มาก เหตุใดจึงต้องมาลงหลักปักฐานที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น?” หลี่เยว่หานรู้สึกงงงวยเล็กน้อย
“ในตอนแรกอาจารย์ผู้นี้ประสบความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะเกิดเหตุร้ายขึ้นที่บ้าน เป็นเหตุให้ตัดสินใจเลือกตั้งรกรากที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น” เมิ่งฉีฮ่วนอธิบาย
“ส่วนภรรยาเด็กของเขา แท้จริงแล้วเป็นลูกของเพื่อนเก่าที่เสียไป เมื่อทั้งสองพร้อมก็ยินยอมแต่งงานกันในตอนอายุสิบหกปี ดังนั้นจึงไม่อาจนับว่าเป็นเจ้าสาวเด็ก”
ฟังเมิ่งฉีฮ่วนพูดเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง “ข้าไม่คิดว่าท่านจะชอบเรื่องนินทาถึงเพียงนี้”
“เรื่องที่คนทั้งหมู่บ้านล่วงรู้ ไม่นับว่าเป็นเรื่องนินทา” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าว ก่อนจะอุ้มหลิงซีออกมาจากอ้อมแขนของนาง “เอาเช่นนี้ วันรุ่งขึ้นข้ากับเจ้าจะไปส่งหลิงซีไว้กับหลี่ฮูหยิน ขอให้นางช่วยดูแลสักสองวัน ส่วนเจ้าก็ไปเมืองหลิวชิงกับข้