อย่างจริงจัง
“บัดซบ!” หวังเฟิ่งขย้ำเอกสาร ก่อนจะชี้ไปที่หน้าของจ้าวอวี๋แล้วสบถออกมา “ฉันว่าพวกแกต้องอยากยักยอกทรัพย์สมบัติของหลี่เยว่หานไปเป็นของตัวเองอย่างแน่นอน! พวกแกบอกมาว่าเอาเงินของหลี่เยว่หานไปไหน! เงินทุกบาททุกสตางค์เป็นของฉัน!”
“คุณป้า โปรดอย่าสร้างปัญหาโดยไร้เหตุผล…”
“ใครสร้างปัญหาโดยไร้เหตุผลกัน! แกบอกมาซิ๊ ว่าใครสร้างปัญหาโดยไร้เหตุผล! ถ้าแกกล้าและพูดออกมาอีกครั้งละก็ ได้เห็นดีกันแน่!”
หลี่เยว่หานที่เดินไปถึงด้านข้างเห็นสถานการณ์เช่นนี้ก็พลันรู้สึกอึดอัดคับข้องใจ หวังเฟิ่งผู้นี้แม้แต่มรดกของเธอยังไม่คิดจะปล่อยไป ช่างน่าสะอิดสะเอียนเสียเหลือเกิน!
ขณะที่กำลังร้อนใจไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือจ้าวอวี๋ได้อย่างไร หลี่เยว่หานพลันสังเหตุเห็นดวงตาของพ่อตัวเองที่อยู่ดี ๆ ก็สว่างไสวขึ้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างกวาดตามองไปรอบ ๆ ไม่ใช่ว่าเขามีภาวะสมองเสื่อมหรอกหรือ?
“เอาล่ะหวังเฟิ่ง หยุดสร้างปัญหาเถอะ ต่อหน้าหลุมศพของเยว่หานอย่าทำเรื่องไม่ดีเลย” จู่ ๆ หลี่ต้าเฉิงก็พูดขึ้นมา ทำให้เฉินเม่ยเซวียนและจ้าวอวี๋กับคนอื่น ๆ ตกใจเป็นอย่างมาก
ทว่าหวังเฟิ่งกลับไม่สะทกสะท้าน “ตาแก่หุบปากไป! ลูกสาวของแกไม่เหลือเงินให้สักสตางค์ อย่าคิดว่าฉันจะคอยดูแลแกตอนแก่เฒ่า!”
“หวังเฟิ่ง จำเป็นต้องให้ฉันพูดทุกอย่างที่เธอทำลงไปหรือเปล่า?” หลี่ต้าเฉิงถอนหายใจ
“หุบปาก! หุบปากไปซะ!” หวังเฟิ่งหันกลับมาทางหลี่ต้าเฉิง
ทันใดนั้น