บทที่ 52 ฝันกลับไป
ถึงอย่างไรหลี่เยว่หานก็เคยใช้เวลาหลายปีอยู่ในประเทศล้าหลังที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งยังเป็นอาสาสมัครที่มีความสัมพันธ์อันดีกับกองกำลังรักษาความมั่นคงในพื้นที่ ดังนั้นเธอจึงเรียนรู้ศิลปะป้องกันตัวมาหลายกระบวนท่า
เมิ่งฉีฮ่วนเพียงแค่โอบกอดที่เอวของเธอ ดังนั้นหลี่เยว่หานจึงสามารถดึงตัวเองออกจากแขนของเขาได้ไม่ยาก จากนั้นก็งอแขนตีเข้าหน้าอกของเมิ่งฉีฮ่วนด้วยข้อศอกอย่างแม่นยำ
ศอกเป็นส่วนที่รุนแรงที่สุดของร่างกายมนุษย์ หากหลี่เยว่หานสามารถลงมือได้สำเร็จ แม้ว่าซี่โครงของเมิ่งฉีฮ่วนจะไม่หัก แต่ก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะสามารถยืนตัวตรงได้
เมื่อหลี่เยว่หานคิดว่าการลงมือของตนเองกำลังจะประสบความสำเร็จ ก็พลันเกิดความเคลื่อนไหวที่เบื้องหน้า เมื่อเธอได้สติอีกที แขนของตนเองก็ถูกเมิ่งฉีฮ่วนบิดไปข้างหลัง ส่วนใบหน้าถูกกดลงบนเก้าอี้บุผ้านวม
“ปล่อยข้านะ!” หลี่เยว่หานพูดขึ้นมา เธอเห็นไม่ชัดเสียด้วยซ้ำว่าเมิ่งฉีฮ่วนลงมืออย่างไร สับสนกับการถูกตอบโต้จนรู้สึกอับอายขายหน้าและโมโห
“เหตุใดข้าจึงต้องปล่อยเจ้าไป” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวขึ้นมาขณะใช้ขาสกัดลูกเตะของหลี่เยว่หาน ก่อนร่างกายท่อนบนจะโน้มลงไปกระซิบใกล้หูของหลี่เยว่หาน “ถ้าเจ้าไม่คิดจะรับผิดชอบข้า ข้าก็ได้แต่ต้องรับผิดชอบเจ้า”
เมื่อได้ยินเช่นนี้หลี่เยว่หานก็หน้าแดงไปจนถึงหู พยายามดิ้นรนอย่างสุดแรง
“ก็ได้ ข้าจะไม่ทำอะไรเจ้า” แรงที่เมิ่งฉีฮ่วนใช้คล