ายลงไปไม่น้อย “แต่ตัวตนเจ้าตอนนี้เป็นฮูหยินของข้าแล้ว หากหลังจากสองปีหน้า เจ้ายังต้องการจะจากไป ข้าก็จะไม่รั้งเอาไว้”
“เหตุใดจึงต้องสองปี!” หลี่เยว่หานถามกลับ
“หลังจากสองปี หลิงซีก็จะอายุห้าขวบปี สามารถดูแลตัวเองได้บ้างแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าว ก่อนจะปล่อยหลี่เยว่หาน น้ำเสียงของเขาดูอ่อนลงเล็กน้อย
หลี่เยว่หานยืนขึ้น ก่อนจะนวดข้อมือที่เจ็บของตนเองไปมา พลางจ้องไปทางเมิ่งฉีฮ่วนด้วยความโกรธเคือง “ดูไม่ออกเลยว่าท่านจะสนใจใยดีเด็กสองคนที่เป็นเพียงแค่หมากด้วย”
เมิ่งฉีฮ่วนมองดูนางนวดข้อมือตัวเอง ก่อนจะเพิ่งตระหนักได้ว่าเมื่อครู่เขาลงมือหนักเกินไป สีหน้าจึงย่ำแย่ลงเล็กน้อย “สองพี่น้องก็ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เหตุใดข้าจึงจะไม่สนใจใยดี ยิ่งไปกว่านั้นตอนมาที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นหลิงซีก็ยังอายุไม่ถึงหนึ่งขวบ ถือได้ว่าเป็นเด็กคนหนึ่งที่ข้าเลี้ยงมากับมือ”
“เหอะ” ได้ยินเขาพูดเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็อดส่งเสียงออกมาไม่ได้ “เหตุจึงต้องแสร้งแสดงออกมาเช่นนั้น”
เมิ่งฉีฮ่วนได้ยินนางพึมพำเสียงเบา แต่ก็ทำราวกับไม่ได้ยิน เขาหยิบถุงเงินออกมาแล้ววางไปด้านข้างหลี่เยว่หาน “ข้ารู้ว่าเจ้ามีความคิดที่จะหาเงิน เงินเหล่านี้ข้าให้เจ้ายืม รอเจ้าหามาได้ก็ค่อยจ่ายคืนข้าแบบไม่ต้องคิดดอกเบี้ย”
พูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็หันหลังเดินจากไป
หลี่เยว่หานรีบหยิบถุงเงินขึ้นมา ก่อนจะพบว่าด้านในมีสัญญาหนี้และเงินอีกหลายตำลึงใส่รวมไว้ด้วยกัน หลี่เยว