่ข้าจะมา เปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นในหมู่บ้านเดียวกันแล้ว ชีวิตของพวกเขาจะดีกว่ามาก แต่มู่ชวนก็ต้องทำอาหารและดูแลน้องสาวตั้งแต่อายุยังน้อย อีกทั้งท่านยังบอกกับข้าว่าการดำรงอยู่ของพวกเขาเป็นเพียงตัวหมาก นั่นทำให้ข้าทนปล่อยพวกเขาไปไม่ได้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็อดดีใจขึ้นมาไม่ได้ที่หลี่เยว่หานตัดสินใจจะอยู่ต่อ ทว่าเขาก็ต้องผิดหวังเล็กน้อยเมื่อได้รู้ว่าเหตุผลที่หลี่เยว่หานอยู่ต่อไม่ใช่เพราะเขา “เหตุใดเจ้าจึงหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้น?”
“!!!” หลี่เยว่หานตื่นตัวขึ้นมาทันใด เธอมองซ้ายมองขวา หลังจากแน่ใจว่าไม่มีคนอยู่รอบ ๆ ก็วิ่งไปหน้าเมิ่งฉีฮ่วน “อย่าพูดถึงเรื่องในคืนนั้น! ท่านก็รู้ว่าข้าในยามนั้นไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้! หากข้ายังมีสติอยู่แม้เพียงนิด…ข้าไม่ยอมถูกท่านทำเช่นนั้น…ถูกท่านทำเช่นนั้น…”
“เช่นนั้น?” เมิ่งฉีฮ่วนมองไปที่หลี่เยว่หานด้วยใบหน้ากึ่งรอยยิ้ม “ข้าจำได้อย่างชัดเจน เป็นตัวเจ้าเองที่ริเริ่ม…”
หลี่เยว่หานรีบพุ่งตรงไปปิดปากเมิ่งฉีฮ่วน “เอาล่ะ หยุดพูดได้แล้ว!”
เมิ่งฉีฮ่วนดึงมือของหลี่เยว่หานออก ก่อนจะใช้แขนที่แข็งแกร่งโอบหลี่เยว่หานเข้าสู่อ้อมกอด “ได้ ไม่พูดแล้ว แต่ข้าจะสาธิตให้เจ้าดูเอง”