ี่เยว่หานมีความว่องไวมาก เธอจึงสามารถคว้าตัวมู่ชวนไว้ได้ทันที พลันดึงมือซ้ายของเขาที่โดนความร้อนจนแดงขึ้นมาตรงหน้า พลางขมวดคิ้ว “เหตุใดจึงโดนลวกเช่นนี้!”
“ข้าไม่ได้ตั้งใจ…” มู่ชวนก้มหน้าพลางพูดเบา ๆ “ตอนตักโจ๊กไม่ระวังจนมันหกใส่มือ…”
เมื่อได้ยินคำสารภาพของเด็กชาย หลี่เยว่หานก็รู้สึกปวดใจขึ้นมา เธอรีบนำโจ๊กไปวางบนโต๊ะ จากนั้นจึงจูงมือมู่ชวนไปยังห้องครัว
หญิงสาวตักน้ำในถังเก็บน้ำในห้องครัวแล้วค่อย ๆ ราดลงไปบนมือของมู่ชวน หลังจากราดไปประมาณหนึ่งแล้ว หลี่เยว่หานจึงนำน้ำมันจากสัตว์ที่ตนสกัดไว้ก่อนหน้านี้ ค่อย ๆ ทาลงไปบนแผลบาง ๆ อย่างเบามือ แล้วจึงยกมือขึ้นมาเป่าเบา ๆ
“เสร็จแล้ว ช่วงสองสามวันนี้ เจ้าพยายามอย่าให้มือโดนน้ำ พี่จะคอยทายาให้เจ้าเป็นเวลา” รอจนกระทั่งน้ำมันซึมลงผิวแล้ว หลี่เยว่หานจึงหาผ้าสะอาดมาพันมือมู่ชวนไว้อย่างระมัดระวัง
“ขอบคุณพี่สาวหลี่” มู่ชวนก้มศีรษะลงพลางพูดขอบคุณด้วยน้ำเสียงสลด
เมื่อเห็นเด็กชายมีท่าทางเช่นนี้ หลี่เยว่หานจึงอดยกมือขึ้นมาจิ้มหน้าผากอีกฝ่ายไม่ได้ “เอาล่ะ อย่าเสียใจไปเลย มีข้าอยู่รับรองว่าไม่เป็นแผลเป็นแน่!”
“ข้าเชื่อพี่สาว!” มู่ชวนพูดพลางถอนหายใจออกมา “หากพี่จากไป ต่อไปนี้หากข้าได้รับบาดเจ็บอีก นอกเสียจากอาเมิ่งแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดเป็นห่วงข้าเหมือนพี่แล้ว”
“เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน?” หลี่เยว่หานสงสัย
“อาเมิ่งพึ่งบอกว่า อีกสองวันพี่จะไปจากบ้านตระ