ลับแห่งหนึ่ง”
“หมายความว่าอย่างไร?” หลี่เยว่หานไม่เข้าใจ “ข้าไม่ค่อยเข้าใจนัก”
เมิ่งฉีฮ่วนสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะมองหลี่เยว่หานด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน “อธิบายง่าย ๆ ข้ามู่ชวนและหลิงซี และสิ่งที่เป็นสมบัติของประเทศนั้น ต่างก็เป็นเพียงหมาก หมากที่ใช้พลางตาผู้คน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็เบิกตากว้างขึ้นมาทันที “ความหมายก็คือ…พวกท่านเป็นแพะรับบาป?”
“ใช่” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้ารับ “แพะรับบาปที่เหมือนพวกเรานั้นยังมีอีกมากนัก กระจัดกระจายอยู่ตามแคว้นตงฮั่น เหตุผลที่ข้าพาสองพี่น้องย้ายมาอยู่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น ประการแรกนั้นคือประเพณีที่นี่ค่อนข้างเรียบง่าย ประการที่สอง ที่นี่ห่างจากเมืองหลวงไม่มากนัก เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในการซ่อนตัว”
“เช่นนั้น พระนัดดาที่แท้จริงของฮ่องเต้อยู่ที่ใดกัน?” หลี่เยว่หานรู้สึกแปลกใจขึ้นมา “เมื่อครู่ที่ข้าได้ยินมู่ชวนคุยกับท่าน เหมือนเขาจะไม่รู้ว่าตนไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขขององค์รัชทายาท”
“ไม่มีผู้ใดรู้ว่าพระนัดดาของฮ่องเต้นั้นอยู่ที่ใด” เมิ่งฉีฮ่วนชำเลืองมองหลี่เยว่หานเล็กน้อย “มู่ชวนและหลิงซียังเด็กมากนัก ดังนั้นจำเป็นต้องให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นทายาทขององค์รัชทายาท มิเช่นนั้นอาจจะถูกเปิดเผยได้ง่าย”
“แต่มู่ชวนพูดว่า ในตอนนั้น พระชายาสิ้นพระชนม์ต่อหน้าเขามิใช่หรือ?” หลี่เยว่หานเอ่ยถาม
“ตอนที่ออกจากเมืองหลวงมานั้น มู่ชวนพึ่งจะอายุได้สองขวบกว่า ๆ เจ้