บากใจยิ่ง
ด้านหนึ่งเธอก็ยังอยากที่จะอยู่ในยุคแห่งความวุ่นวายเช่นนี้ต่อไป อีกด้านหนึ่งเธอก็รู้สึกเจ็บปวดแทนสองพี่น้องมู่ชวนหลิงซี และยิ่งเมิ่งฉีฮ่วนเป็นคนจิตใจดี ด้วยภาพลักษณ์เช่นนี้ของเขา หากอยู่ในยุคศตวรรษที่ 21 นั้น อาจหาไม่ได้ง่าย ๆ
“ต้องการให้ข้าอยู่ต่อไปนั้นได้ แต่ข้ามีเงื่อนไข!” หลี่เยว่หานถึงกับกลืนน้ำลาย “หากท่านรับปาก ข้าจะไม่ออกไปจากที่นี่!”
“เจ้าต้องการทำลายใบยืมหนี้นั่นใช่หรือไม่?” เมิ่งฉีฮ่วนยกมุมปากขึ้น “ที่แท้ในใจของเจ้านั้น ใบยืมหนี้สำคัญกว่าชีวิตของพวกเราทั้งสามคน”
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…” หลี่เยว่หานรู้สึกว่าแม้ตนจะมีปากแต่กลับพูดไม่ออก “ข้าหมายความว่า ถ้าหากต้องการให้ข้าอยู่ต่อไป อย่างน้อยพวกเราควรเท่าเทียมกัน เดิมทีนั้น ใบยืมหนี้นั่นก็ไม่ได้มีน้ำหนักมากพออยู่แล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดของนาง เมิ่งฉีฮ่วนก็พยักหน้ารับ “เช่นนั้นเจ้าว่ามา ถ้าหากข้าไม่มีใบยืมหนี้ หากเจ้าคิดหนีไป ข้าควรทำเช่นไร?”
“…” หลี่เยว่หานพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าควรต้องตอบเช่นไร
“และก็ ตัวตนที่แท้จริงของมู่ชวนและหลิงซีนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิด” เมิ่งฉีฮ่วนรีบพูดคลายความสงสัยหลี่เยว่หานทันที “ถึงแม้ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาจะล้ำค่ายิ่งนัก แต่ก็เป็นเพียงเด็กสองคนที่ถูกเลี้ยงอยู่ในตำหนักขององค์รัชทายาทเท่านั้น สายเลือดที่แท้จริงขององค์รัชทายาท ถูกเลี้ยงโดยคนสนิทที่ไว้เนื้อเชื่อใจในสถานที่