น ถ้าหากมีคนดื่มสุรากลั่นนี้เข้าไป อาจจะถึงแก่ชีวิตได้” หลี่เยว่หานพูดด้วยสีหน้าผ่อนคลายและไม่ตื่นเต้นแม้แต่น้อย
“แต่ของที่เรียกว่าสุรากลั่นนี้ ได้ช่วยหลิงซีไว้” มู่ชวนมองหลี่เยว่หานด้วยแววตาแน่วแน่ “มู่ชวนอยากเรียนรู้วิธีการทำสุรากลั่นนี้จากท่าน!”
เมื่อได้ยินเด็กชายกล่าวเช่นนั้น หลี่เยว่หานที่กำลังจัดการกับหม้อยาอยู่นั้น ก็หยุดชะงักมือลง เธอหันมามองมู่ชวนครู่หนึ่ง และจู่ ๆ ก็ยิ้มออกมา “เจ้าตั้งใจเรียนของเจ้าไปเถิด ต่อไปหากสอบเข้าขุนนางรับใช้บ้านเมืองได้แล้ว ก็ไม่ต้องมาเรียนเรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนี้จากข้าแล้ว”
“แคว้นตงฮั่นมีสิ่งใดให้น่ารับใช้กัน!” จู่ ๆ มู่ชวนก็พูดโพล่งขึ้นมา คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
หลี่เยว่หานรู้สึกตกใจขึ้นมาเล้กน้อย “แคว้นตงฮั่นกับเจ้ามีเรื่องขุ่นเคืองใจอะไรกัน?” จนกระทั่งตอนนี้ เธอพึ่งรู้ว่าตัวเองอยู่ในประเทศที่เรียกว่าแคว้นตงฮั่น…
“ไม่มี” เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เยว่หาน ความเกลียดชังที่แสดงออกบนใบหน้าของมู่ชวนก็หายไปกลายเป็นปกติ “ข้าไปดูหลิงซีก่อน!”
พูดแล้วมู่ชวนก็หันหลังเดินออกไปทันที
หลี่เยว่หายหรี่ตามองตามแผ่นหลังของเด็กชายตัวน้อยไป
เธอคาดเดาไว้ไม่ผิดจริง ๆ สองพี่น้องจงเจิ้งกลัวว่าตัวตนจะถูกเปิดเผย เช่นนั้นเมิ่งฉีฮ่วนล่ะ? เขามีสถานะเช่นไรกัน? เมื่อครู่ที่พวกเขาบอกว่าจะส่งหลิงซีเข้าไปนั้น มันคือสถานที่ใดกัน?
หลังจากเตรียมอาหารค่ำอย่างเรียบง่ายเสร็จ หล