ยว่หานไปเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการนี้มาจากที่ใดกัน?
“ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วงพอดี ปลาในแม่น้ำต้องอวบอ้วนมาก พรุ่งนี้ ข้าจะไปจับปลาและหมักปลาดองสุราให้ท่านลอง!” หลี่เยว่หานพูดโดยไม่รู้ตัวเลยว่าดวงตาของเมิ่งฉีฮ่วนยามมองนางนั้นค่อย ๆ ร้อนแรงขึ้นมากเพียงใด
“ปลาดองสุราคืออะไร” เมิ่งฉีฮ่วนถามเบา ๆ
“ตามชื่อเลย มันเป็นปลาหมักด้วยสุรา หลังจากปรุงปลาแล้ว ไม่เพียงแต่จะไม่มีกลิ่นคาวของปลาแม่น้ำสด ๆ เท่านั้น แต่ยังมีรสหวานของสุราจากด้านในสู่ด้านนอกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นปลาดองสุราที่หมักไว้สามารถเก็บไว้ได้นาน ในฤดูหนาว สัตว์ป่าบนภูเขามีน้อย ในตอนนั้นเราสามารถนำปลาดองสุราไปขายในตลาดได้”
ขณะที่หลี่เยว่หานพูด หญิงสาวก็ก้มศีรษะลงเพื่อสังเกตสีของสุรา น่าเสียดายที่ตอนนี้หมดฤดูองุ่นแล้ว หากมีองุ่นจำนวนมาก หลี่เยว่หานก็จะสามารถทำสุราได้ด้วย ซึ่งรสนุ่มนวลของมันไม่ใช่สิ่งที่สุราผลซิ่งจะเทียบได้!
เมื่อมองไปที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับการหาเงิน เมิ่งฉีฮ่วนก็ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไร
ในแง่หนึ่ง เขาชื่นชมนิสัยรักอิสระของหลี่เยว่หานเป็นอย่างมาก ในทางกลับกัน เขารู้สึกว่าหลี่เยว่หานกำลังเร่งความเร็วในการแยกจากเขาไป
“อาเมิ่ง” หลิงซีดึงแขนเสื้อเมิ่งฉีฮ่วน ตั้งแต่แรกนางก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เมิ่งฉีฮ่วนเองก็จดจ่ออยู่กับหลี่เยว่หาน ดังนั้นเป็นธรรมดาที่เขาจะไม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติกับเด็กหญิงตัวน้อย
เมื่