ี่ห้องของตน
เมื่อเห็นท่าทางติดเขินอายของหลี่เยว่หาน เมิ่งฉีฮ่วนที่อยู่ตรงนั้นก็อดเผยรอยยิ้มออกมาไม่ได้ ก่อนเขาจะหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องของตนเช่นกัน
ครั้นกลับเข้ามาในห้องแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนก็เดินไปที่มุมห้อง ซึ่งในเงามืดดูเหมือนจะมีร่างคนนอนอยู่ มือและเท้าของคนผู้นั้นถูกมัดไว้แน่น เมื่อตรวจสอบอย่างใกล้ชิด อีกฝ่ายกลับกลายเป็นหวังเฟิ่ง!
“จะจัดการยังไงดีนะ?” เมิ่งฉีฮ่วนพึมพำกับตัวเอง
เขาเพิ่งโปรยผงยาใส่หวังเฟิ่งตอนนางเผลอ และตอนนี้อีกฝ่ายก็ตกอยู่ในสภาวะหมดสติ
เพียงแต่หวังเฟิ่งอ้วนเกินไป เมิ่งฉีฮ่วนจึงต้องใช้พลังงานจำนวนมากเพื่อพานางเข้ามาในห้องเขา
เมิ่งฉีฮ่วนหยิบบางอย่างออกมาจากกล่อง สั่นไปที่หัวของหวังเฟิ่ง ร่างหวังเฟิ่งก็พลันหายไปจากตรงนั้น หลังจากนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ใส่สิ่งที่เรืองแสงนั้นไว้ในแขนเสื้อของเขา ก่อนลุกขึ้นออกจากห้องไปทันที
เขาสัญญากับหลี่เยว่หานว่าเขาจะพาหวังเฟิ่งออกไปให้เร็วที่สุด เขาจะไม่ปล่อยให้หวังเฟิ่งมาที่ประตูบ้านอีกเป็นครั้งที่สอง
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้เงินอีกฝ่าย แต่ถ้ามอบของขวัญเป็นความหวาดกลัวยังทำให้ได้อยู่
เมิ่งฉีฮ่วนมีร่างสูงใหญ่กำยำ ดังนั้นฝีเท้าของเขาจึงว่องไวมาก ซึ่งในเวลาอันสั้น เขาก็มาถึงสุสานอนาถาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านเฮยถู่
เมิ่งฉีฮ่วนดึงตราประทับขนาดเล็กออกมา สะบัดไปในอากาศ ร่างหวังเฟิ่งพลันร่วงหล่นลงมาทับเนินซากศพสูงที่เน่าเสีย ซึ่งถูกสัตว์ป่าขุดขึ