นั้นก็เริ่มคิดว่าจะคุยกับเมิ่งฉีฮ่วนอย่างไร เพื่อที่ตอนจากไปเธอจะได้พาสองพี่น้องออกไปด้วย…
“พี่สาว ข้าพูดไปมากมาย บอกข้าทีว่าท่านยังจะจากไปไหม?”
มู่ชวนถามอย่างระมัดระวัง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็ส่ายหัวโดยไม่รู้ตัว “ข้าจะไม่จากไป อย่างน้อยก็ตอนนี้”
“จริงรึ!” น้ำเสียงของมู่ชวนเต็มไปด้วยความสุขอย่างไม่อาจระงับ
“ใช่” หลี่เยว่หานพยักหน้า เธอลุกขึ้นและเดินไปที่ด้านข้างของมู่ชวน ก่อนลูบหัวของเขา “เจ้าไปนอนให้สบายใจเถอะ ข้าจะเรียกเจ้าเมื่อชั้นเรียนในตอนกลางวันเริ่ม”
“ได้!” ด้วยคำสัญญาของหลี่เยว่หาน มู่ชวนก็ล้มตัวลงนอนและหลับตาลงอย่างเชื่อฟังทันที
หลี่เยว่หานดึงผ้าห่มคลุมร่างของมู่ชวน ก่อนถอนหายใจเบา ๆ แล้วเขย่งเท้าย่องออกจากครัว
ภายนอกไม่มีการเคลื่อนไหว หลี่เยว่หานจึงต้องการไปดูว่าหวังเฟิ่งออกไปแล้วหรือยัง
หลังจากที่หญิงสาวออกจากครัวไป โดยไม่คาดคิด มู่ชวนซึ่งนอนไปแล้วก็พลันลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง เขามองไปที่ประตูห้องครัวที่ปิดลง แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“อันตรายนัก! ถ้าพี่สาวหลี่ไม่สงสารข้าและน้องสาว อาเมิ่งอาจสูญเสียภรรยาของเขาไป” มู่ชวนพูดด้วยใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม
เมื่อมองลงไปยังหลิงซีที่กำลังหลับอยู่ มู่ชวนก็เอามือไปลูบหน้าน้องสาวแล้วพูดเสียงเบาว่า “ข้าแทบจะเอาน้ำพุจิตวิญญาณออกมาและขอให้พี่สาวอยู่ ลูกหมูน้อยอย่างเจ้ายังหลับไม่รู้เรื่องอยู่อีก! “