กลัวยิ่งนัก ยังจำได้ว่าครั้งหนึ่งเมื่อเธอเคยรวบรวมความกล้าไปเกลี้ยกล่อมไม่ให้ทั้งสองทะเลาะกัน แต่ก็ไม่วายทะเลาะกันอยู่ดี อีกทั้งพ่อของหลี่เยว่หานยังถึงกลับผลักเธอไปที่มุม จนทำให้ศีรษะของเธอถูกกระแทกอย่างแรง
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ น้ำเสียงของหลี่เยว่หานก็อ่อนลง “ข้าไม่ต้องการทะเลาะกับท่าน ข้าแค่อยากรู้ความจริง”
ครั้นเห็นว่าน้ำเสียงของนางอ่อนลงหลังจากมองดูสองพี่น้อง เมิ่งฉีฮ่วนก็บังเกิดแผนการในใจ
“ถ้างั้นก็พักเรื่องนี้ไว้ก่อน กำจัดไอ้ตัวนั้นออกไปก่อน แล้วข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังอย่างละเอียด?” เมิ่งฉีฮ่วนมองไปที่หลี่เยว่หานอย่างขอร้อง
หลี่เยว่หานถอนหายใจและพยักหน้าอย่างอ่อนแรง ก่อนจะหันกลับมานั่งลงที่โต๊ะอาหาร
เมิ่งฉีฮ่วนรีบหยิบชามที่สะอาด เติมชามข้าวโพดและโจ๊กฟักทองให้หลี่เยว่หานไว้ตรงหน้านาง เขายังใจดีนำตะเกียบและช้อนมาให้นาง และวางจานชามของสองพี่น้องชายหญิงไว้บนโต๊ะทีละคน แล้วส่งมาถึงด้านหน้าของหลี่เยว่หานด้วย
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็มองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยสายตาเย็นชา นางไม่พูดจา แต่ก้มหน้าลงแล้วเริ่มกิน
สักพักบรรยากาศก็เริ่มสงบลง
หลิงซีดึงเสื้อผ้าของหลี่เยว่หานน้อย ๆ และถามอย่างระมัดระวังว่า “พี่สาวหลี่ ท่านจะจากพวกเราไปหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานที่กำลังกินก็ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนลดเสียงลงและพูดเบา ๆ กับหลิงซี “ไม่จ่ะ หลิงซี ไม่ต้องกลัวไป เมื่อครู่นี้ข้าแค่ล้อเล่นกับอาเมิ่งของเ