ยใจอย่างคิดหนัก พูดว่า “ในเมื่อเจ้าถามแล้ว ข้าจะตอบเจ้าก็ได้”
“ตอนแรกสกุลหลี่ไม่ได้ติดหนี้ข้า แต่ติดหนี้พรรคมัจฉามังกรต่างหาก แต่เป็นเพราะข้าเคยช่วยหัวหน้าพรรคมัจฉามังกร หัวหน้าพรรคของพวกเขาจึงปฏิบัติต่อข้าอย่างดีมาก วันนั้นพวกเขาบอกว่าจะไปทวงหนี้ ข้าว่างพอดีจึงตามไปด้วย”
“เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นคนใจอ่อน ตอนที่คนพรรคมัจฉามังกรบอกข้าว่าสกุลหลี่เป็นหนี้หัวหน้าพรรคของพวกเขา หัวหน้าพรรคของพวกเขายังต้องรีบใช้เงินด่วนเพื่อนำไปรักษาอาการป่วย จึงให้ข้าปลอมเป็นหัวหน้าพรรคไปทวงหนี้ ใครจะไปรู้ว่าสกุลหลี่กลับเอาเจ้ามาขัดหนี้ ทั้งยังให้เงินมาห้าตำลึงกับเสื้อผ้าชุดใหม่หนึ่งชุด”
“ข้าไม่อยากให้เรื่องบานปลายจึงตัดสินใจรับเอาไว้เสียเอง ต่อมาพอจะแยกย้ายกับพวกเขา พวกเขาก็บังคับให้ข้าใช้หนี้ แล้วยกเจ้าให้เป็นภรรยาข้า เจ้าว่าเรื่องกลายเป็นแบบนี้ก็เท่ากับว่าสกุลหลี่ติดหนี้ข้าไม่ใช่หรือ”
“ตอนเจ้าเพิ่งฟื้น ข้าคิดว่าเจ้ายังป่วยอยู่ ไม่อยากให้เจ้ารู้ว่าคนสกุลหลี่ใจดำถึงขนาดนี้ จึงไม่ได้พูดถึงเรื่องพรรคมัจฉามังกร แค่บอกว่าสกุลหลี่เป็นหนี้ข้า”
ฟังคำอธิบายของเมิ่งฉีฮ่วนแล้ว หลี่เยว่หานก็ยิ่งเดือดดาล “ท่านบอกว่าคนรุ่นก่อนของสกุลหลี่เป็นหนี้สกุลเมิ่งของท่านร้อยตำลึง ท่านถึงไปทวงหนี้ไม่ใช่เรอะ!”
“เจ้าคงจำผิดแล้วเป็นแน่ ที่ข้าพูดคือคนรุ่นปู่ของเจ้าค้างเงินหนึ่งร้อยตำลึง ไม่ได้พูดถึงสกุลเมิ่งของพวกข้าเสียหน่อย” เมิ่งฉีฮ