ั้นเรอะ? ข้าบอกเจ้าไว้เลยนะว่าไม่มีทาง!”
หลี่เยว่หานหาได้สนใจ ตอนนี้หญิงสาวอยากรู้แค่ว่า เรื่องที่เมิ่งฉีฮ่วนบอกเธอตอนนั้นเป็นจริงหรือเท็จเท่านั้น!
ดังนั้นหญิงสาวจึงผลักหวังเฟิ่งออก แล้วลากเมิ่งฉีฮ่วนเข้าไปในครัวแล้วขัดกลอนห้องครัวเอาไว้
ภายในครัว
มู่ชวนกับหลิงซีที่กำลังกินโจ๊กอยู่เห็นหลี่เยว่หานสะบัดเมิ่งฉีฮ่วนเข้ามา สีหน้าก็ไม่ใคร่จะดีนัก จึงอดจะตกใจไม่ได้
“พี่สาว ผู้หญิงที่อยู่ข้างนอกเมื่อไหร่จะไปเสียทีเจ้าคะ นางเสียงดังมากเลย” หลิงซีมุ่ยปากสีหน้าไม่ชอบใจ
“พวกเจ้าตั้งใจกินข้าวไป ไม่ต้องสนใจเรื่องข้างนอก” หลี่เยว่หานพูดแล้วมองเมิ่งฉีฮ่วนอย่างเย็นชา “ท่านบอกมานะ ตอนนั้นที่ท่านพูดว่าสกุลหลี่เป็นหนี้ท่านถึงได้ไปทวงเงินที่เรือน พวกเขาเอาข้ามาใช้หนี้ ตกลงแล้วเป็นเรื่องจริงหรือเท็จกันแน่!”
เมิ่งฉีฮ่วนได้ยินดังนั้น สมองก็ทำงานเร็วจี๋
เขาคิดไม่ถึงว่าคนสกุลหลี่จะบุกมาโวยวายเร็วขนาดนี้ เดิมทียังคิดว่าจะบ่มเพาะความรู้สึกดี ๆ กับหลี่เยว่หานเสียก่อน ถึงตอนที่นางรู้ความจริงก็คงไม่โมโหมากนัก
แต่ความรู้สึกระหว่างพวกเขายังบ่มเพาะไม่ถึงไหน ตัวทำเสียเรื่องอย่างหวังเฟิ่งก็บุกมาถึงที่อย่างไร้ยางอายเสียแล้ว ทำให้เมิ่งฉีฮ่วนไม่รู้จะรับมืออย่างไรดีไปชั่วขณะ
บอกไปตามจริง?
ถ้าทำอย่างนั้น เมิ่งฉีฮ่วนมั่นใจว่าหลี่เยว่หานคงตัดสินใจไปจากบ้านสกุลเมิ่งอย่างเด็ดขาดเป็นแน่แท้
คิดถึงตรงนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็ทำเป็นถอนหา