ตสุขสบาย อย่างเจ้าเทียบไม่ติดหรอกนะ!”
“ในเมื่อนางจะออกเรือนไปมีชีวิตดีงามแบบนั้น แล้วทำไมท่านต้องให้พี่สาวที่มีชีวิตสู้นางไม่ได้อย่างข้ามาช่วยออกสินเดิมให้ด้วยเล่า?”
“ให้เจ้าออกสินเดิมอะไรกัน ข้าบอกแล้วนี่ว่าพวกเขาต้องการเงินหกสิบตำลึง ข้าถึงมาเอาเงินห้าสิบตำลึงกับเจ้าอย่างไรเล่า!”
“ถ้าอย่างนั้นท่านก็เสียเปรียบแล้ว ยังต้องออกเงินสิบตำลึงเป็นสินเดิมให้หลี่หรงหรงอีก!”
“เจ้าเด็กน่าตายคนนี้นี่!” หวังเฟิ่งกระโดดขึ้นมาจ้องหลี่เยว่หานอย่างดุร้าย “ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า พวกข้าจะขาดแคลนเงินห้าสิบตำลึงนี้ได้อย่างไร!”
“ข้าไม่เห็นรู้เลยว่าสกุลหลี่มีเงินมากมายขนาดนั้น?” หลี่เยว่หานยิ้มเย็น “ท่านเอาแต่ร่ำร้องว่าหลี่ต้าเฉิงยากจนอยู่ทุกวัน แม้แต่ชุดดี ๆ ยังไม่มีปัญญาตัดให้ข้าใส่ ให้ข้าไปเอาชุดที่หลี่หรงหรงไม่เอามาใช้แทนมาตลอด”
“เจ้าจะเข้าใจอะไร! ข้าจัดการงานเรือนได้ดีต่างหาก! ไม่อย่างนั้นเสื้อผ้าที่น้องสาวเจ้าไม่เอาจะเอาไปให้ใครเล่า?”
ฟังถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานก็ไร้คำพูดเสียแล้ว “วันนี้ข้าจะบอกท่านไว้เลย เงินน่ะไม่มีหรอก ถ้าท่านคิดว่าอยู่ในบ้านสกุลเมิ่งต่อไปแล้วเงินห้าสิบตำลึงจะงอกออกมาได้ ท่านก็อยู่ต่อไปเถอะ!”
หลี่เยว่หานพูดจบก็เงยหน้ามองไปทางเมิ่งฉีฮ่วน “สามี เข้ามากินข้าวเที่ยงเถอะ”
“นางเด็กบ้า แม่เจ้ายังไม่ได้กินข้าวเลยนะ!” หวังเฟิ่งเอ็ดตะโรเสียงดัง “เจ้าคิดว่าออกเรือนไปแล้วก็จะตัดขาดกับสกุลหลี่ได้ง