ญหา เอาเงินห้าสิบตำลึงมาให้ข้าก็จะไปทันที!”
หลี่เยว่หานที่อยู่ข้าง ๆ มุ่นคิ้ว
บอกว่าสกุลหลี่ค้างเงินสกุลเมิ่งอยู่ร้อยตำลึงจึงเอาเธอมาขัดหนี้ไม่ใช่หรือไร?
แล้วทำไมตอนนี้หวังเฟิ่งจึงมาทวงเงินถึงที่? หรือเรื่องไม่ได้เป็นแบบที่เมิ่งฉีฮ่วนว่าไว้?
เมิ่งฉีฮ่วนปั่นหัวเธอ?
คิดถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานก็นึกโมโห ไม่รอให้เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยปากก็ถามหวังเฟิ่งขึ้นมาเสียงเบา “ท่านจะเอาเงินห้าสิบตำลึงไปทำอะไร?”
“เฮ้อ” หวังเฟิ่งเห็นหลี่เยว่หานยอมพูดแล้วก็ฉีกยิ้ม “ชื่อเสียงในหมู่บ้านของน้องสาวเจ้าต้องป่นปี้ก็เพราะเจ้า เรื่องมงคลที่ไปเจรจาเอาไว้ถูกล้มเลิกไปหมดแล้ว แต่หลายวันก่อนแม่สื่อมาบอกว่าลูกชายคนเล็กของบ้านสกุลเฉินจากฝั่งตะวันตกของหมู่บ้านมาต้องตาน้องสาวเจ้า แต่พวกข้าต้องจัดหาสินเดิมให้ได้หกสิบตำลึงก่อนจึงจะยอมแต่งน้องสาวเจ้าเข้าเรือน ข้าคิดว่าพี่สาวอย่างเจ้าคงยอมช่วยออกเงินให้ เจ้าว่าจริงไหม”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็คลี่ยิ้มบาง “ลูกชายคนเล็กของบ้านสกุลเฉินจากฝั่งตะวันตกของหมู่บ้าน? เขาไปคลุกคลีกับพวกอันธพาลในตำบลไม่ใช่หรือ? ข้าได้ยินมาว่าเขาถูกคนตีขาหักทั้งสองข้างก่อนจะกลับมาที่หมู่บ้านเฮยถู่ หรือเดี๋ยวนี้คนขาพิการจะแต่งภรรยาทั้งทีก็ตั้งข้อเรียกร้องสูงเพียงนี้แล้ว?”
“เจ้าจะเข้าใจอะไร!” หวังเฟิ่งถ่มน้ำลาย “ต่อให้เขาเป็นคนขาพิการ แต่อย่างน้อยสกุลเฉินก็มีพื้นเพดี น้องสาวเจ้าแต่งเข้าไปแล้วก็จะได้ใช้ชีวิ