ิ่งฉีฮ่วนไปบ้านสกุลหลี่ เขาปิดบังใบหน้าเอาไว้ หวังเฟิ่งจึงจำไม่ได้ เพียงทราบว่าคนที่ซื้อหลี่เยว่หานไปจากพรรคมัจฉามังกรเป็นนายพรานร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง ตอนมาเห็นเมิ่งฉีฮ่วนคราแรก หวังเฟิ่งยังรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก
“ในเมื่อข้าซื้อภรรยาของข้ามาจากพรรคมัจฉามังกรก็เท่ากับว่าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับสกุลหลี่ของท่าน ทำไมข้าต้องยอมรับว่าท่านเป็นแม่ยายด้วย?” เมิ่งฉีฮ่วนถามกลับยิ้ม ๆ “อีกอย่าง ท่านมาเยี่ยมเยว่หานไม่ใช่รึ แล้วทำไมถึงมามือเปล่า? หรือตั้งใจจะมาเอาสิ่งของจากในเรือนข้ากลับไปด้วย?”
“เจ้าคนนี้ทำไมถึงพูดจาแบบนี้นะ!”
“ข้าก็พูดจาอย่างนี้แหละ ท่านไม่ชอบฟังก็อย่ามายืนขวางประตูบ้านข้า”
เมิ่งฉีฮ่วนมีความอดทนให้เฉพาะหลี่เยว่หาน ยามนี้คนที่อยู่ตรงหน้าคือหวังเฟิ่งก็ไร้ความอดทนโดยสิ้นเชิง แววตาไม่โกรธเกรี้ยวแต่กลับแฝงความกดดัน ทำให้ไฟโทสะของหวังเฟิ่งอ่อนลงไปทันที
“ถึงอย่างไรข้าก็เป็นคนเลี้ยงนางหนูเยว่หานมานะ!” หวังเฟิ่งร้องโวยวาย “เจ้าแต่งเยว่หานก็เท่ากับเป็นลูกเขยของสกุลหลี่ของข้า!”
“ประทานโทษ ข้าซื้อหลี่เยว่หานกลับมา ไม่ได้แต่งกลับมาเสียหน่อย” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางเดินอ้อมหวังเฟิ่งไปเคาะประตูเรือน “เมียจ๋า เปิดประตู ข้ากลับมาแล้ว!”
ภายในครัว
หลิงซีที่เพิ่งตื่นและกำลังกินโจ๊กข้าวโพดฟักทองอยู่หูไว เด็กน้อยได้ยินเสียงเมิ่งฉีฮ่วนปุ๊บก็หันมาบอกหลี่เยว่หาน “พี่สาว อาเมิ่งกลับมาแล้วเจ้าค่ะ บอกให้ท่านไป