เหอฮวาไม่เข้าใจ
“นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าพบผู้ใด เจ้าก็ต้องอธิบายว่าเจ้ากล่าวโทษภรรยาของข้าเช่นไร ทำจนกระทั่งรับรู้กันทั่วทั้งหมู่บ้านจึงหยุด” เมิ่งฉีฮ่วนเป็นคนรูปร่างสูงโปร่ง และดูจริงจัง เมื่อเขาพูดคำพูดเหล่านี้ด้วยท่าทางนิ่งสงบ มันจึงยิ่งทำให้เขาดูน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น
หวังเหอฮวาไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะปฏิเสธ นางจึงพยักหน้ารับภายใต้แรงกดดันจากเมิ่งฉีฮ่วน
“ในเมื่อแม่นางหวังจริงใจเช่นนี้ เช่นนั้นก็เข้ามาทานอาหารค่ำสักมื้อเถิด” หลี่เยว่หานไม่คิดที่จะรังแกเด็กผู้หญิงคนนี้มากนัก ดังนั้นหลังจากที่หวังเหอฮวารับปากกับคำขอที่มากเกินไปของเมิ่งฉีฮ่วนแล้ว ตนจึงเป็นฝ่ายเชิญนางเข้าไปทานข้าวด้วยตัวเอง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังเหอฮวาจึงเบิกตากว้างขึ้นมา ไม่รู้ว่าหลี่เยว่หานจะใส่ยาอะไรภายในผลน้ำเต้าหรือไม่
“สะใภ้ตระกูลเมิ่งช่างมีจิตใจกว้างขวางนัก หากเป็นข้า ข้าคงไม่เชิญใครมาทานข้าวที่บ้านเช่นนี้!”
“ใช่ ไม่รู้ว่าวันนี้นางจะทำของอร่อย ๆ อะไรอีก ข้าเห็นหลิวโหย่วฉายวิ่งเข้าไปแล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะไปนั่งกินอย่างมูมมามอยู่ก็เป็นได้”
“จริงด้วย ถ้าหากนางคิดจะทำอะไรมู่ชวนหลิงซีสองพี่น้องจริง ๆ พวกเขาสองพี่น้องคงเกิดเรื่องไปนานแล้ว นับตั้งแต่สะใภ้ตระกูลเมิ่งเข้ามา พวกเขาสองพี่น้องก็ดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาทันที!”
“จริงด้วย! ถ้าจะให้ข้าพูดนั้น หลิวโหย่วฉายช่างหน้าหนานัก ถึงได้กล้าเข้าไปดื่มกินในบ้านของผู้อื่น ถ้า