อง” เมิ่งฉีฮ่วนกระซิบเบา ๆ ข้างหูหลี่เยว่หาน
ไม่รอให้หลี่เยว่หานตอบโต้ใด ๆ เมิ่งฉีฮ่วนจึงมองไปยังหวังเหอฮวาที่ยืนอยู่ตรงข้ามพลางพูดขึ้น “ข้าเรียกเยว่หานมาแล้ว เจ้ามีสิ่งใดจะพูดก็พูดออกมาเถิด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังเหอฮวาจึงคิดจะเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน แต่หลี่เยว่หานที่ชำเลืองมองนางอยู่กลับพูดขึ้นก่อน “จะขอโทษอะไรก็ไม่จำเป็นแล้ว หลังจากนี้แม่นางเหอก็ดูแลการกระทำกับคำพูดของตัวเองเถิด อย่าคิดอะไรที่ไม่เหมาะสมกับพี่เมิ่งของข้าก็พอ”
พี่เมิ่ง?
เมิ่งฉีฮ่วนเกือบจะถูกการเรียกขานเช่นนี้ทำให้หัวเราะออกมา
หวังเหอฮวารู้สึกอับอายขึ้นมาทันที “ในเมื่อพี่เมิ่งแต่งงานกับเจ้าแล้ว ข้าหวังเหอฮวาไม่ว่าจะพูดสิ่งใดก็ต้องรู้สึกละอายใจ จะไม่ลุ่มหลงพี่เมิ่งอีก วันนี้ข้ามาเพื่อขอโทษ เรื่องของหลิงซีนั้นข้าเป็นคนผิดที่กล่าวโทษเจ้า หวังว่าเจ้าจะให้อภัยข้า”
“เอาล่ะ ข้าอภัยให้เจ้า กลับไปเถิด” หลี่เยว่หานโบกมือ และคิดจะเดินกลับเข้าไป ในใจยังกังวลถึงปลาต้มน้ำในหม้ออยู่
“ช้าก่อน” แต่เมิ่งฉีฮ่วนกลับขวางหลี่เยว่หานไว้ และตะโกนไปยังหวังเหอฮวา “ในเมื่อภรรยาของข้าพูดเช่นนี้ ข้าก็ไม่มีความคิดเห็นใด แต่ที่นางพูดนั่นก็เพราะเจ้าทำให้นางลำบากใจ ดังนั้นแม่นางหวัง การขอโทษของเจ้าครั้งนี้ จริงใจมากเพียงใดกัน?”
เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว แม้แต่หลี่เยว่หานเองก็ยังไม่รู้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนคิดจะทำสิ่งใด
“พี่เมิ่งหมายความว่าอย่างไรกัน?” หวัง