นหวังเหอฮวาที่ยืนอยู่ตรงข้ามเมิ่งฉีฮ่วน ใจแทบจะตกไปยังตาตุ่ม เธอหันไปยังเมิ่งฉีฮ่วนพลางเอ่ยถาม “ท่านหมายความว่าอย่างไร? ตะโกนเรียกข้าออกมาเพื่อจะปรึกษาว่าควรจะรับหวังเหอฮวาเข้ามาเป็นอนุหรือ?”
เดิมทีก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่จับจ้องมายังหวังเหอฮวาที่หน้าประตูบ้านตระกูลเมิ่ง ในระยะนี้นางเป็นบุคคลที่ถูกพูดถึงอยู่บ่อย ๆ และตอนนี้เป็นช่วงเวลาทานอาหาร คนจึงเยอะกว่าปกติอยู่แล้ว ใช้ความพยายามเพียงเล็กน้อยก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยมาดูเรื่องน่าสนใจนี้
“ไม่ใช่เช่นนั้น เจ้าเข้าใจผิดแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนรีบจับมือหลี่เยว่หานไว้พลางอธิบายทันที “หวังเหอฮวาบอกว่าต้องการขอโทษเจ้า ข้าจึงคิดว่าเรื่องการขอโทษนี้ควรทำอย่างเปิดเผย มิเช่นนั้นก็คงไม่มีความหมาย”
เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว หลี่เยว่หานก็ชำเลืองมองไปยังเมิ่งฉีฮ่วน ชายผู้นี้ช่างคิดนัก
ตอนนี้ทั่วทั้งหมู่บ้านไป๋อวิ๋น นอกจากการลบล้างข่าวลือเรื่องที่หลี่เยว่หานคิดจะทำให้หลิงซีจมน้ำนั้น ยังมีคนจำนวนอีกไม่น้อยที่คิดว่าสิ่งที่หวังเหอฮวาพูดนั้นเป็นเรื่องจริง
ดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนจึงคิดถึงวิธีนี้ ข้อแรกหลี่เยว่หานจะล้างมลทินให้ตัวเองได้ทั้งหมด ข้อที่สองหวังเหอฮวาจะไม่ถูกรวบกวนด้วยเรื่องนี้อีก และจะได้ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกันอีก
อดพูดออกมาไม่ได้ว่า ความคิดของเมิ่งฉีฮ่วนมีประโยชน์อยู่ไม่น้อย แต่ดูจะหยาบไปเสียหน่อย
“เจ้าแสร้งทำเป็นไม่สนใจไปเสียก่อน หลังจากนี้ข้าจะจัดการเ