ด้อย่างกัน?” หลี่เยว่หานถูกสองพี่น้องทำให้รู้สึกมึนงงเล็กน้อย “เมื่อก่อนก็เป็นเช่นนี้หรือ?”
“ประมาณนั้น” มู่ชวนแสร้งถอนหายใจออกมา “เพียงแค่อาเมิ่งคิดจะพักผ่อน พี่เหอฮวาก็จะมาถึงหน้าประตู แสดงความในใจต่าง ๆ นา ๆ ออกมา แต่น่าเสียดายที่อาเมิ่งปฏิเสธนางมาโดยตลอด แต่พี่เหอฮวาก็ยังคงแน่วแน่ยิ่งนัก ครั้งต่อไปก็จะมาใหม่อีก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็อดไม่ได้ที่จะชูนิ้วโป้งขึ้นมา “เก่งจริง ๆ!”
ไม่เพียงแต่หวังเหอฮวาที่เก่ง เมิ่งฉีฮ่วนที่อดทนกับการก่อกวนของหวังเหอฮวามานานได้เช่นนี้ก็เก่งไม่แพ้กัน!
แต่คิดอีกก็ถูกอีก ตระกูลเมิ่งไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินหรือเครื่องแต่งกายใด ๆ เมิ่งฉีฮ่วนเติบโตมาหล่อเหล่าแม้นิสัยจะไม่ค่อยดีนักก็ตาม รูปร่างก็ดี ตัวก็สูงโปร่ง การที่หวังเหอฮวาจะชอบเขาก็เป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้
ขณะที่หลี่เยว่หานกำลังคิดถึงสองคนด้านในอยู่นั้น คนกลุ่มหนึ่งก็ผลักประตูบ้านตระกูลเมิ่งเข้ามา
“มู่ชวน! หลิงซี ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่!” เด็กชายคนหนึ่งรูปร่างค่อนข้างใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าสุด ผลักประตูเดินเข้ามา จึงได้เห็นหลิงซีที่ยืนขอบตาแดงก่ำอยู่ด้านข้างมู่ชวน เขาก้าวยาว ๆ เพียงสองสามก้าวก็มาถึง พลางออกแรงผลักหลี่เยว่หานออกไป จากนั้นนำตัวมู่ชวนสองพี่น้องมาปกป้องไว้ด้านหลัง
นี่คือเรื่องอะไรกัน?
หลี่เยว่หานมองไปยังมู่ชวนพลางเอ่ยถาม
“พี่สาวหลี่ นี่คือหลิวหยวนปิน เพื่อนร่วมชั้นในสำนักศึ