คุยเป็นเพื่อนหรือ? สองหมื่นกว่าชั่วยามนั้นผ่านไปเร็วนัก”
‘เร็วกับผีหน่ะสิ! เจ้าเป็นเจ้าหนี้ เป็นคุณปู่ เป็นบรรพบุรุษที่แตะต้องไม่ได้!’
หลี่เยว่หานได้แต่คิดอยู่ภายในใจ แต่กลับไม่มีอะไรแสดงออกมาทางสีหน้า หลังจากนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาเล็กน้อย
หลังจากจัดการกับพื้นดินได้ประมาณหนึ่งแล้ว หลี่เยว่หานจึงเดินเข้าไปในครัว และนำต้นพริกป่าที่นำกลับมาเมื่อวานไปยังสวนด้านหลัง และค่อย ๆ ปลูกมันทีละต้น
เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของนางเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็อดพูดขึ้นมาไม่ได้ “ไม่ต้องการให้ข้าช่วยจริง ๆ หรือ?”
“ไม่ต้อง ขอบใจ!” หลี่เยว่หานตอบด้วยความมั่นใจ
“แต่ถ้าหากไม่ใส่ปุ๋ยให้กับต้นพริกป่าของเจ้า มันอาจจะมีโอกาสน้อยที่จะรอดชีวิตไปได้” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางเผยรอยยิ้มที่ไม่ชัดเจนบนใบหน้า “ข้าช่วยเจ้ารดน้ำได้”
อ๊วก…
หลี่เยว่หานเกือบจะรู้สึกสะอิดสะเอียนเพราะเมิ่งฉีฮ่วน จึงทำท่าเหมือนกับจะอาเจียนออกมาเมื่อครู่ จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ไม่ต้อง ข้ามีวิธีของข้า!”
ต้นไม้ที่พึ่งถูกย้ายมาปลูกลงดินนั้นไม่สามารถใส่ปุ๋ยได้ มิเช่นนั้นจะทำให้รากเน่าได้ง่าย เรื่องนี้หลี่เยว่หานรู้ดี ยิ่งไปกว่านั้นดินในสวนหลังบ้านนี้มีความอุดมสมบูรณ์มาก รากของต้นพริกป่าที่ถูกขุดออกมานั้นเสียหายอยู่ไม่มากก็น้อย เมื่อนำมาลงดินใหม่ อย่างน้อยต้องให้เวลาต้นพริกป่าในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพดินใหม่ก่อนถึงจะได้
“อาเมิ่ง อาเมิ่ง!” ขณะท