ี่หลี่เยว่หานกำลังตั้งใจกับการนำต้นพริกป่าลงดินทีละต้นนั้น เสียงนุ่มนวลของหลิงซีก็ดังขึ้นมา
เมื่อได้ยินเสียงของเด็กหญิงตัวน้อย แม้แต่หลี่เยว่หานยังอดไม่ได้ที่จะหยุดสิ่งที่กำลังทำลง
เห็นเพียงเด็กหญิงตัวน้อยวิ่งออกมาจากประตู และพุ่งตรงไปยังเมิ่งฉีฮ่วน
“โอ้ เสี่ยวหลิงซีของเราตื่นแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนอุ้มหลิงซีขึ้นมาด้วยแขนเพียงข้างเดียว พลางพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“ใช่แล้ว!” หลิงซีพยักหน้ารับ “ข้าตื่นตั้งนานแล้ว กินข้าวแล้ว และก็ล้างจานเองด้วย!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนจึงพยักหน้าอย่างชื่นชม “หลิงซีเป็นเด็กดีจริง ๆ!”
“อาเมิ่ง หลิงซีไม่ปวดตาแล้ว” หลิงซีพูดพลางกอดคอของเมิ่งฉีฮ่วนเอาไว้ “อาเมิ่งพาหลิงซีไปซื้อขนมกินหน่อย!”
“ทำเช่นนั้นไม่ได้ ดวงตาของเจ้าไม่เจ็บแล้ว แต่ตอนนี้ยังต้องคอยระวัง กินอะไรไปเรื่อยไม่ได้ ถ้ากินขนม ดวงตาจะเจ็บขึ้นมาอีกครั้ง” เมิ่งฉีฮ่วนพูดหลอกล่อเด็กหญิงตัวน้อย
ใครจะคิดว่าหลิงซีที่ในวันปกติมักจะหลอกล่อได้ง่าย ๆ นั้นกลบไม่ยอมขึ้นมา นางจึงผละออกจากเมิ่งฉีฮ่วนอย่างรวดเร็ว และวิ่งไปยังหลี่เยว่หาน
“พี่สาวหลี่ พี่สาวหลี่ หลิงซีอยากกินขนม!” หลิงซีคว้าชายกระโปรงของหลี่เยว่หานไว้ ใบหน้าเล็ก ๆ เงยหน้าขึ้นมองเธอ หลี่เยว่หานเกือบจะถูกใบหน้าที่น่ารักเช่นนี้โจมตีจนตายไปเสียแล้ว…
“คือว่า…” หลี่เยว่หานพยายามที่จะปฏิเสธ “อาเมิ่งของเจ้าพูดถูกแล้ว ตอนนี้หลิงซียังกินขนมไม่ได้ แต่พี่สา