ึงทักษะการทำอาหารที่เป็นเรื่องเล็กน้อยนี่เลย
เมื่อได้ยินหลี่เยว่หานพูดจาใหญ่โตถึงเพียงนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อเข้าปาก ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างขึ้นทันที!
“นี่…” เมิ่งฉีฮ่วนมองหลี่เยว่หานด้วยความตกตะลึง “เจ้าทำอย่างไรให้เนื้อหมูป่าไม่เหม็นสาบแม้แต่น้อย?” ใช่แล้ว เนื้อที่หลี่เยว่หานนำมาใช้คือเนื้อหมูป่าที่เมิ่งฉีฮ่วนนำมาเมื่อวานนี้
ทุกคนล้วนรู้สึกว่าเนื้อหมูป่ามีกลิ่นแรงเกินไป ดังนั้นจึงไม่มีค่าอะไรมากนัก เมิ่งฉีฮ่วนจึงตั้งใจจะนำมันไปแลกเปลี่ยนเป็นไข่ไก่สำหรับตนเอง เด็กสองคน และหลี่เยว่หาน นั่นเองถึงเป็นสาเหตุที่มันถูกทิ้งเอาไว้
“เป็นเนื้อหมูป่าอย่างนั้นหรือ” หลี่เยว่หานพยักหน้ารับรู้ ก่อนคีบเนื้อชิ้นหนึ่งเข้าปาก “ไม่น่าแปลกใจเลยที่เนื้อจะแน่นมาก แม้ว่าเนื้อของหมูป่าจะมีกลิ่นแรง แต่สามารถขจัดทิ้งได้ด้วยการลวกน้ำพร้อมใบกระวานและขิงฝาน”
“ใบกระวาน? ขิงฝาน?” เมิ่งฉีฮ่วนขมวดคิ้วเมื่อได้ยินสองชื่อนี้ที่ไม่คุ้ยเคย “คือสิ่งใด?”
“ใบกระวานเอามาจากต้นหอมหมื่นลี้ ขิงฝานก็คือ…” หลี่เยว่หานกล่าว คิ้วของเธอเองก็ขมวดเข้าหากัน “ท่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าขิงฝานคืออะไร แล้วเหตุใดจึงปลูกเอาไว้หลังลานตั้งมากมาย?”
เมิ่งฉีฮ่วนกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไม่เข้าใจ “ด้านหลังลาน? ข้าไม่เคยปลูกอะไรด้านหลังลานเลย ข้าออกล่าสัตว์เพื่อเลี้ยงชีพตั้งแต่มาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านไป๋อวิ๋น ไม่เคย